เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (TFII) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 36 ปี แห่งความร่วมมืออย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “36 Years of Thai-French Innovation: Towards a Low-Carbon and Renewable Energy Future” โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายฌ็อง-โคลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย มจพ. กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อรุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ ผู้อำนวยการสถาบันวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส คณะผู้บริหาร เครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตร ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย และศิษย์เก่า เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.
การเฉลิมฉลองในปีนี้มีความพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ตอกย้ำความร่วมมืออันยาวนานและยั่งยืนในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (TFII) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 ภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาลทั้งสองประเทศ โดยเริ่มต้นจากการสนับสนุนเครื่องมือทางวิศวกรรมมูลค่ากว่า 140 ล้านบาทจากฝรั่งเศส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบัน TFII ได้สร้างผลงานเชิงประจักษ์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ดังนี้ พัฒนาบุคลากรมากกว่า 127,000 คน ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางมากกว่า 5,000 หลักสูตร
ให้บริการแก่หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ มากกว่า 3,000 แห่ง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดำเนินโครงการบริการวิชาการกว่า 1,100 โครงการ ทดสอบตรวจสอบกว่า 600 โครงการ วิเคราะห์ตัวอย่างทางอุตสาหกรรมกว่า 3,500 ตัวอย่าง และรักษาความพึงพอใจสูงกว่า 90% อย่างต่อเนื่อง มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติมากกว่า 130 ผลงาน และได้รับการอ้างอิงทางวิชาการ (Citation) มากกว่า 1,400 ครั้ง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการคุณภาพสูง โดยคณาจารย์และนักวิจัย มจพ. จำนวนมากได้ศึกษาต่อและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศส ช่วยเสริมสร้างความสากลให้กับการอุดมศึกษาไทย
ปัจจุบันสถาบันนวัตกรรมฯ TFII มุ่งเน้นการดำเนินงานในสาขายุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานหมุนเวียน ในด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่และระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ได้แก่
1. เทคโนโลยีการเชื่อม
2. วิศวกรรมการกัดกร่อน
3. วิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน
4. ระบบอัตโนมัติ
5. การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
6. พลังงานหมุนเวียน
7. เทคโนโลยีไฮโดรเจน
8. นวัตกรรมอุตสาหกรรม
โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศและศูนย์วิจัยเฉพาะทางเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ TFII–Schneider Electric Center of Excellence, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าเคมีและการกัดกร่อน (CoE-ECT), Electrical Engineering–Thai French Research Center (EE-TFRC) และศูนย์วิจัยพลังงานหมุนเวียน (RERC)
ฯพณฯ นายฌ็อง-โคลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวว่า "TFII เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมที่สุดของความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส สถาบันแห่งนี้ไม่เพียงสะท้อนมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง"
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ ผู้อำนวยการสถาบัน TFII กล่าวทิ้งท้ายว่า "ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา TFII ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมขั้นสูง ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศ และเนื่องในโอกาสที่ก้าวสู่ทศวรรษที่สี่ เราพร้อมเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป"
#TFII #มจพ #ThaiFrenchInnovation #ไทยฝรั่งเศส170ปี #นวัตกรรมไทยฝรั่งเศส #LowCarbon #RenewableEnergy #SmartManufacturing #HydrogenTechnology #พลังงานหมุนเวียน #อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ #วิจัยและนวัตกรรม #อว #KMUTNB #Sustainability #ESG #ข่าวการศึกษา #ข่าววิทยาศาสตร์ #ข่าวนวัตกรรม #อนาคตยั่งยืน








