วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิตหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต และหลักสูตรบัญชีบัณฑิต จัดงานสัมมนาวิชาการหัวข้อพิเศษทางการบัญชีเรื่อง “Digital Forensics” เจาะลึกความหมาย คุณค่า และกระบวนการทำงานด้านการบัญชีนิติวิทยา ที่กำลังมีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เพื่อยกระดับทักษะนักบัญชีรุ่นใหม่ให้มีความสามารถในการตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรมทางการเงินที่ซับซ้อน พร้อมสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการบัญชีนิติวิทยาศาสตร์ในการรักษาความโปร่งใสของระบบเศรษฐกิจไทย โดยมี อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดี เป็นประธานกล่าวต้อนรับ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวในวิชาชีพบัญชีเพื่อรับมือกับพฤติกรรมการทุจริตในยุคดิจิทัล
สำหรับเนื้อหาการบรรยายในหัวข้อ Data Analysis for Risk Prediction and Fraud Detection ผศ.สมชาย ศุภธาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและการบัญชีนิติวิทยา (Forensic Accounting) และบรรณาธิการวารสารสภาวิชาชีพบัญชี อธิบายว่า การบัญชีนิติวิทยาคือการรวมวิชาบัญชีและกฎหมายเข้าด้วยกันเพื่อรวบรวมหลักฐานทางการเงิน โดยนักบัญชีต้องสวมบทบาทเป็น "โคนัน" ที่ต้องค้นหาร่องรอยทุจริตที่ซ่อนไว้ในธุรกรรมทางการเงินประเภทต่างๆ ตั้งแต่การยักยอกทรัพย์ การตกแต่งงบการเงิน ไปจนถึงการสืบทรัพย์สินในคดีหย่าร้างและข้อพิพาทเชิงพาณิชย์ที่ซับซ้อน
เมื่อเจาะลึกถึงกระบวนการตรวจสอบในยุคดิจิทัล ผศ.สมชาย อธิบายว่าด่านสำคัญของการทำงานได้ขยับมาอยู่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้น โดยการตรวจพิสูจน์ข้อมูลจากสมาร์ตโฟนหรือ Mobile Device Forensics ต้องเผชิญความท้าทายจากความแตกต่างของระบบปฏิบัติการ ทั้ง Android และ iOS ซึ่งส่งผลให้การเข้าถึงและกู้คืนข้อมูลมีความซับซ้อน ผู้ตรวจสอบจึงต้องมีความเข้าใจเชิงลึกและใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการทำ Data Imaging เพื่อสำเนาข้อมูลโดยไม่กระทบต่อหลักฐานต้นฉบับ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยซอฟต์แวร์มาตรฐานสากลอย่าง EnCase และกระบวนการตรวจสอบค่า MD5 Hash เพื่อยืนยันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลก่อนนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม
ในมิตินี้ ผศ.สมชาย ยังได้ถอดบทเรียนผ่านกรณีศึกษาจากสถาบันการเงินที่ตรวจพบคอมพิวเตอร์ 38 เครื่อง ติดต่อกับไอพีแปลกหน้าในต่างประเทศทุกๆ 47 นาที จากการถูกฝัง "Backdoor" ผ่านเทคนิคฟิชชิ่งอีเมลล่วงหน้าถึง 60 วัน ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการตรวจสอบพฤติกรรมเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันข้อมูลลูกค้ารั่วไหล พร้อมชี้สัญญาณเตือนภายในองค์กร เช่น พนักงานที่มาทำงานก่อนและกลับทีหลังแต่ไม่ยอมลาพักร้อน ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมปกปิดความผิด
นอกจากนี้ ด่านสำคัญในการทำงานคือการใช้เทคนิค Forensic Data Analysis (FDA) ร่วมกับซอฟต์แวร์ ACL วิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรม และใช้กฎตัวเลขของเบนฟอร์ด (Benford’s Law) ค้นหารูปแบบตัวเลขที่ผิดธรรมชาติ ซึ่งช่วยตรวจพบแผนโกงได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ยอดเงินในเช็คที่ผิดปกติ ไปจนถึงระบบเงินเดือนที่ยังมีการจ่ายเงินให้พนักงานที่ลาออกไปแล้ว รวมถึงการใช้เทคนิค Data Mining ขุดหาเบาะแสการตั้งบริษัทบังหน้า (Shell Companies) เพื่อเสนอขายสินค้าในราคาสูงเกินจริง และการจงใจเบิกค่าใช้จ่ายในวันหยุดราชการ หรือวันวิสาขบูชา
อย่างไรก็ตาม วิชาชีพบัญชียังต้องเผชิญความท้าทายในทศวรรษหน้าจากเทคโนโลยี Quantum Computing ที่ปิดงบการเงินได้ใน 1 วินาที เทคโนโลยี Deepfake ที่เลียนแบบใบหน้าและน้ำเสียงได้อย่างสมจริง และนวัตกรรม Neuralink ที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงข้อมูลในอนาคต ผศ.สมชาย ระบุว่า องค์กรจำเป็นต้องนำ AI มาใช้สนับสนุนการเขียนโปรแกรม (Programming) การวิเคราะห์ข้อมูล และการจำลองสถานการณ์ความเสี่ยง (Simulation) เพื่อพยากรณ์และป้องกันการทุจริตก่อนเกิดความเสียหายจริง
ขณะเดียวกัน ผศ.สมชาย ยังย้ำว่า AI ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมศักยภาพของผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่มนุษย์ เพราะท้ายที่สุดปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงระบบประมวลผลข้อมูล แต่ตัวผู้ตรวจสอบต่างหากที่ยังคงเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจ และประเมินความเสี่ยงขั้นสุดท้าย
สำหรับการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพในระดับประเทศ ผศ.สมชาย เปิดเผยว่า ได้มีการร่วมจัดตั้งสมาคมผู้ตรวจสอบการทุจริตประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับดัชนีคอร์รัปชัน และสกัดกั้นการรั่วไหลของเม็ดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ โดยมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและขับเคลื่อนประเทศด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน
“สิ่งที่อยากจะฝากพวกเรานักศึกษาและรุ่นน้อง ๆ ไว้สักนิด คือ ช่วยกันดูแลประเทศไทย ดัชนีเรื่องคอร์รัปชันของเรามันปรับลดลงมาเรื่อย ๆ และถ้าเราสามารถหยุดคอร์รัปชันในประเทศไทยได้ ถนนทุกสายเราจะกลายเป็นทองคำได้ สุดท้ายนี้หวังว่า Digital Forensic ที่เราได้ดูร่วมกันในวันนี้ จะช่วยปลูกกระแสทำให้คุณเกิด inspiration หรือ แรงบันดาลใจว่าเรื่องของการปราบทุจริตและการปราบปรามเรื่องการฉ้อโกง เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกัน” ผศ.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ด้าน ผศ.ดร.อริสรา ยิ่งยง ผู้อำนวยการหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิตและผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต พร้อมด้วยคณาจารย์ในวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ร่วมกันแสดงความขอบคุณต่อวิทยากรที่สละเวลามามอบองค์ความรู้ที่สำคัญเชิงลึกในวันนี้ พร้อมระบุว่า “องค์ความรู้และมุมมองเชิงลึก” ที่ได้รับจากการถ่ายทอดครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่มี“ประโยชน์อย่างยิ่ง” ต่อการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพ ให้พร้อมสำหรับการทำงานจริงและการยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพบัญชี
นอกจากนี้ การบรรยายยังช่วยกระตุ้นการวิจัยด้านการบัญชีนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบพยานหลักฐานทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมในการป้องกันความเสี่ยงและเสริมให้ผู้เรียนและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการรักษาความถูกต้องทางการเงิน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับผู้บริหารและนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมอัปสกิลในระดับมหาบัณฑิตสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครของหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิตและหลักสูตร MBA โดยหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต CIBA-DPU ใช้ระยะเวลาเรียนเฉลี่ย 1.2 - 1.5 ปี และหลักสูตร MBA ใช้ระยะเวลาเรียนเฉลี่ยประมาณ 1.5 ปี ถึง 1.8 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษ ทั้งทุนการศึกษาและส่วนลดค่าเรียน รวมถึงทุนส่วนลด 10% สำหรับศิษย์เก่าตลอดหลักสูตรและส่วนลด 15% สำหรับบุคลากรจากหน่วยงานที่มีข้อตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จในเส้นทางวิชาชีพอย่างมั่นใจและยั่งยืน








