นักวิชาการชี้หลักสูตร สกร. ใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทำผู้เรียนเน้นท่องจำเพื่อสอบ มากกว่านำไปประกอบอาชีพ แนะยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ เน้นอัปสกิล-รีสกิล ยึดประโยชน์ผู้เรียนเป็นหลัก พร้อมเชื่อ “อธิบดี สกร.” รุ่นใหม่ แก้ปัญหาได้ หากกล้าปรับหลักสูตรครั้งใหญ่
วันที่ 6 พ.ค.2569 นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงความล้าหลังของหลักสูตรกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ล่าสุด นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้ น.ส.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น โดยตนเห็นด้วยกับข้อมูลดังกล่าว เพราะปัจจุบัน สกร. ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งใช้กับทุกโรงเรียนและทุกระบบการศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 และปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2551 ส่งผลให้หลักสูตรมีความล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่ไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เพราะส่วนใหญ่มุ่งวัดความจำของผู้เรียน เพื่อนำไปสอบและรับประกาศนียบัตร
“สกร. มีหน้าที่หลักในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาทักษะอาชีพ ยกระดับการศึกษาให้ประชาชนทุกช่วงวัย สามารถเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพตามกฎหมาย เป็นการศึกษาที่ยืดหยุ่น เรียนเพื่ออัปสกิล รีสกิล แต่หลักสูตรของ สกร. ตอนนี้อิงกับการศึกษาในระบบมากเกินไป หนังสือเรียนไม่มีความทันสมัย ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญให้ สกร. ปรับปรุงหลักสูตรและหนังสือเรียนใหม่ เพราะในอนาคต การศึกษาตลอดชีวิตที่มีความยืดหยุ่นจะเป็นแกนนำสำคัญของระบบการเรียนรู้ยุคใหม่ โดยแนวทางแก้ไขปัญหา ควรใช้หลักสูตรปี พ.ศ.2551 เป็นพื้นฐานเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 80 เปอร์เซ็นต์ ควรออกแบบหลักสูตรใหม่โดยยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึงผู้เรียนได้มากขึ้น ไม่ใช่เรียนเพียงเพื่อรับประกาศนียบัตรหรือวุฒิการศึกษาเท่านั้น
“ผมเชื่อว่า ท่านอธิบดี สกร. เป็นนักวิชาการที่ทันสมัยและเป็นคนรุ่นใหม่ จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ แต่อยากให้ลองยกเครื่องระบบหลักสูตรของ สกร. ใหม่ เชื่อว่าจะทำให้คุณภาพการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ จุดเด่นของ สกร. คือมี พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 เป็นของตัวเอง และเป็นกฎหมายที่มีความทันสมัย นำหน้า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แต่ถ้าหนังสือเรียนยังไม่มีความทันสมัยตามไปด้วย ก็อาจทำให้การพัฒนาการจัดการศึกษาไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่มีอยู่” นายสมพงษ์ กล่าว








