มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ด้านประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษาและประธานนักศึกษาระดับคณะและวิทยาลัย ภายใต้การดำเนินงานของสายงานกิจการนักศึกษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักศึกษาให้มีทั้งความรู้ควบคู่ทักษะชีวิต โดยมุ่งปลูกฝังให้นักศึกษาตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของสังคม การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี พร้อมด้วยผศ.ดร. ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา และ ดร.ณัทธสิฐษิ์ สิริปัญญาธนกิจ ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ อาคาร 6 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ดร.ณัทธสิฐษิ์ สิริปัญญาธนกิจ ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้าง “วัฒนธรรมประชาธิปไตย” ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ภายใต้กรอบกติกาที่ชัดเจนและเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวยังแสดงถึงภาพการมีส่วนร่วมของเยาวชนที่เชื่อมโยงไปสู่บริบทของสังคมประชาธิปไตยของไทยในภาพรวม
ในปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยยังคงใช้รูปแบบการเลือกตั้งแบบหน้างาน (On-site Voting) เป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ เพื่อให้การใช้สิทธิเลือกตั้งของนักศึกษาเป็นไปอย่างชัดเจนและสะท้อนพลังของประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริงนอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้ง โดยใช้เครื่องลงคะแนนอัตโนมัติที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการนับคะแนน ควบคู่กับการใช้บัตรลงคะแนนแบบกระดาษเป็นระบบสำรองในการตรวจสอบ (Double Check) ซึ่งช่วยยืนยันความถูกต้องของจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและผลคะแนนได้อย่างครบถ้วน โดยที่ผ่านมาไม่พบความคลาดเคลื่อนของข้อมูลแต่อย่างใด
โครงสร้างของการเลือกตั้งแบ่งออกเป็น 2 ระดับสำคัญ ได้แก่ การเลือกตั้งสโมสรนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และการเลือกตั้งประธานนักศึกษาระดับคณะหรือวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องใช้สิทธิทั้งสองส่วน โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน เริ่มจากการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษาก่อน จากนั้นจึงเป็นการเลือกประธานนักศึกษาของคณะหรือวิทยาลัยของตนเอง ทั้งนี้ ในบางคณะหรือหลักสูตรใหม่ที่ยังไม่มีนักศึกษารุ่นพี่ อาจมีการจัดการเลือกตั้งในภายหลังเมื่อมีความพร้อม
สำหรับผลการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษา ปรากฏว่า ทีม “DPU Next Change” หมายเลข 2 ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 49 ของจำนวนนักศึกษาผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักศึกษาที่มีต่อทีมดังกล่าว โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านกิจกรรมและการเป็นผู้นำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทประธานคณะหรือผู้นำชมรม อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักศึกษาจากผลงานที่ผ่านมา
จุดเด่นสำคัญของทีมที่ได้รับเลือก คือการนำ “ข้อมูลและการวิจัย” มาใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย โดยมีการสำรวจความต้องการของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น รูปแบบกิจกรรม บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย และความคาดหวังต่อประสบการณ์ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้เรียนอย่างแท้จริง
ในด้านบทบาทของสโมสรนักศึกษา จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการประสานงานระหว่างนักศึกษากับมหาวิทยาลัย โดยร่วมกันออกแบบและพัฒนากิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษาในแต่ละยุคสมัย ทั้งกิจกรรมพื้นฐานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และกิจกรรมใหม่ที่เกิดจากแนวคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา ซึ่งช่วยเติมเต็มมิติการเรียนรู้ทั้งด้านทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ การจัดเวทีปราศรัย รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมหลังได้รับเลือกตั้ง เพื่อให้สโมสรนักศึกษาสามารถนำเสนอโครงการและขับเคลื่อนกิจกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ณัทธสิฐษิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงพิธีการ แต่เป็น “ห้องเรียนชีวิต” ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะที่สำคัญ ทั้งด้านภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการบริหารจัดการ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต อีกทั้งยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษากับมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดความทรงจำและประสบการณ์ที่มีคุณค่าแม้หลังสำเร็จการศึกษา
“มหาวิทยาลัยคาดหวังให้นักศึกษาที่ได้รับเลือกสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เติบโตเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ และสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานในสโมสรนักศึกษาไปต่อยอดสู่การทำงานจริงในอนาคตได้อย่างมั่นใจ” ดร.ณัทธสิฐษิ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับบรรยากาศในวันเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก นักศึกษาจำนวนมากทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ภายในพื้นที่เลือกตั้งมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ พร้อมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ขณะที่บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยสีสันของการมีส่วนร่วม ทั้งการรณรงค์เชิญชวน การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการติดตามผลคะแนนอย่างใกล้ชิด
ด้านนายอภิโชค รวยลาภ หรือ “ต้นกล้า” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จากทีม DPU Next Change หมายเลข 2 ในฐานะนายกสโมสรนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 เปิดเผยภายหลังได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนนักศึกษาว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นผลจากความพยายามและการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
นายอภิโชค กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษา แต่ตนยังคงทำงานในบทบาทฝ่ายสวัสดิการและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นวิทยากรและผู้จัดกิจกรรม ทำให้มองเห็นทั้งจุดแข็งและประเด็นที่ควรพัฒนา รวมถึงมีโอกาสรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาจำนวนมาก จนเข้าใจปัญหาและความต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตัดสินใจลงสมัครอีกครั้ง โดยยึดแนวคิดในการตั้งใจมอบสิ่งดี ๆ ให้กับมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
ในด้านการหาเสียง นายอภิโชค ยอมรับว่ามีข้อจำกัดจากการเข้าพิธีอุปสมบทในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ได้มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ ทั้งด้านการสื่อสาร การผลิตสื่อ และการจัดทีมงาน โดยอาศัยทีมที่มีความพร้อมด้านเทคนิคและการประชาสัมพันธ์ จึงสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมองว่าความจริงใจและความตั้งใจในการทำงาน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนนักศึกษา
สำหรับแนวทางการทำงาน ทีมงานยึดหลัก “ตั้งใจคิด ตั้งใจทำ และลงมือทำจริง” โดยมุ่งเน้นนโยบายที่สามารถดำเนินการได้จริง ภายใต้กรอบ 5 ด้าน ได้แก่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย การพัฒนาสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตนักศึกษา การส่งเสริมกิจกรรมกีฬาอย่างเท่าเทียม การต่อยอดและพัฒนากิจกรรมให้มีคุณภาพ รวมถึงการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยยึดเสียงของนักศึกษาเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน กิจกรรมสำคัญที่ต้องเตรียมความพร้อมคือ “งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569” ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับฝ่ายกิจการนักศึกษา เพื่อออกแบบรูปแบบกิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังเตรียมต่อยอดกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและความผูกพันภายในมหาวิทยาลัย
สำหรับทิศทางการพัฒนาในภาพรวม นายอภิโชค ระบุว่า จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพกิจกรรมเป็นลำดับแรก เพื่อให้การจัดกิจกรรมมีประสิทธิภาพ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักศึกษาและเพื่อน ๆ รุ่นพี่ รวมทั้งกับอาจารย์เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนากิจกรรมในด้านอื่น ๆ อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่ากิจกรรมเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนักศึกษา และทำให้นักศึกษารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืนตลอดไป








