รศ. ดร.สุขุม แลยทรัพย์ ที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “สถาบันศิโรจน์ผลพันธิน ปาฐกถา...แก้ปัญหา “ข้าวของแพง" ความว่า ลองนึกภาพตอนเช้าวันธรรมดาวันหนึ่ง ท่านเดินเข้าร้านสะดวกซื้อใกล้ที่ทำงาน หยิบข้าวกล่องขึ้นมา แล้ววางลง เพราะราคามันไม่เหมือนเดิมแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรู้สึกร่วมกันของคนทั้งประเทศ!
ยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นแทบทุกหมวด ตั้งแต่อาหาร พลังงาน โลจิสติกส์ ไปจนถึงค่าเช่าบ้าน คำถามซึ่งฟังดูเรียบง่ายอย่าง “เราจะอยู่อย่างไร?” กลายเป็นคำถามที่ชวนกังวล ซับซ้อน และหนักอึ้งขึ้นทุกวัน เพราะไม่ว่าท่านจะเป็นใคร อยู่ในสถานภาพหรือฐานะใดของสังคม แรงกดดันนี้กำลังพุ่งใส่ไม่เลือกหน้า...
ยิ่งบริบทโลกผันผวนจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผลพวงวิกฤตที่ยังไม่คลี่คลาย และโครงสร้างราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างถาวร ยิ่งทำให้สังคมไทยต้องการ “ทิศทางทางความคิด” มากกว่าข้อมูล
เหตุผลที่สถาบันศิโรจน์ผลพันธิน (Sirote Pholpuntin Institute: SPI) แห่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อตั้งขึ้น ไม่ได้เพื่อจัดเก็บ องค์ความรู้ไว้บนชั้นวาง แต่ออกแบบมาให้เป็น “พื้นที่ทางปัญญา” ที่เชื่อมต่อระหว่างโลกวิชาการกับโลกความเป็นจริง เชื่อมระหว่างนักคิดกับผู้ปฏิบัติ และที่สำคัญที่สุด เชื่อมระหว่างคำถามของสังคมกับคำตอบที่ใช้ได้จริง
สถาบันดำเนินงานภายใต้กรอบที่เป็นอิสระ มุ่งเน้นการสร้างผู้นำ การวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้และนโยบาย และการสร้างความร่วมมือ รวมถึงการผลักดันให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวทีวิชาการ การเสวนา งานวิจัย และการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะในวงกว้าง
กลไกหัวใจหนึ่งของสถาบันคือ “ปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน” เวทีที่เปิดพื้นที่ให้แนวคิดสำคัญได้รับการถ่ายทอด ถกเถียง และขยายผลออกไปสู่สังคมในวงกว้าง
ปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ปาฐกถาในหัวข้อ “บทบาทอุดมศึกษาไทยกับการพัฒนาประเทศ”
สาระที่ถ่ายทอดในวันนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่การวิเคราะห์ปัญหา แต่ชี้ให้เห็นภาพชัดว่าการปฏิรูปการศึกษาคือการสร้าง “คน” ให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และคุณธรรม พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุด แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการปรับตัว และการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ผลที่เกิดขึ้นจากเวทีปาฐกถาครั้งแรกนี้จับต้องได้จริง มีข้อเสนอเชิงนโยบาย งานวิจัย และกิจกรรมต่อยอดรวมกันมากกว่า 40 ผลงาน ถือเป็นหลักฐานว่าความคิดดี ๆ หนึ่งความคิด สามารถแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำที่มีผลได้จริง
SPI ยังขยายงานไปสู่เวทีนานาชาติ เชื่อมเครือข่ายนักวิชาการระดับโลก และผลักดันแนวคิดอย่าง Modular Learning, Microlearning, Micro-credential และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เป็นจริงในบริบทของไทย ทั้งหมดนี้คือ “Sirote’s Model” ที่บูรณาการองค์ความรู้ การปฏิบัติ และเครือข่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
เมื่อปาฐกถาศิโรจน์ผลพันธินครั้งที่ 1 ตั้งคำถามกับ “ระบบ” เพื่อการพัฒนา ขณะที่ปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน ครั้งที่ 2 ตั้งคำถามกับ “ชีวิต” เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง โดยจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 11.00 น. ณ หอประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในรูปแบบไฮบริด ทั้งออนไลน์และออนไซต์ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,100 คน
ผู้ปาฐกถาในครั้งนี้คือ ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ที่เข้าใจกลไกเศรษฐกิจของประเทศอย่างลึกซึ้งจากทั้งเบื้องหลังนโยบายและประสบการณ์จริง ซึ่งหัวข้อที่จะนำมาถ่ายทอดคือ สิ่งที่ทุกคนในประเทศนี้กำลังเผชิญอยู่ “อยู่อย่างไร? ในยุคข้าวของแพง”
คำถามฟังดูอาจเหมือนของแม่บ้านหรือพ่อค้าหาบเร่ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่นักเศรษฐศาสตร์ นักนโยบาย นักธุรกิจ และ
ทุกครัวเรือนในประเทศต่างตั้งตารอฟังคำตอบ เพราะภาวะข้าวของแพงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ร่องรอย แต่เบื้องหลัง “ความแพง” มีทั้งโครงสร้างและเหตุปัจจัย และที่สำคัญ ทุกคนจะมีวิธีรับมืออย่างไร
สิ่งที่น่าติดตามจากเวทีปาฐกถาศิโรจน์ผลพันธิน ครั้งที่ 2 นี้ คือ “มุมมอง” และ “วิธีคิด” จากองค์ปาฐกที่เคยอยู่ในจุดของการขับเคลื่อนนโยบายจริง ว่ามีมุมมองต่อสถานการณ์ที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่นี้อย่างไร และในฐานะปัจเจกและสังคมควรปรับตัวอย่างไรให้ผ่านพ้นไปได้
การจัดงานปาฐกถาศิโรจน์ผลพันธินในรูปแบบไฮบริดครั้งนี้ ยังสะท้อนหลักคิด “Public Knowledge” ที่ SPI ยึดมั่นมาตั้งแต่ต้น คือความรู้ต้องเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในหอประชุมหรืออยู่ที่บ้านในต่างจังหวัด ทุกคนควรมีสิทธิ์รับฟังและร่วมคิดในสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของตนเองได้เท่า ๆ กัน
แม้ว่า SPI ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกคน แต่สิ่งที่สถาบันทำคือ สร้างพื้นที่ให้ “การคิดที่ดี” เกิดขึ้น ให้คำถามที่ถูกต้องได้รับการถามอย่างตรงไปตรงมา และให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์จริง “ปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน” ครั้งที่ 2 จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีวิชาการที่กล้าก้าว ในการชวนสังคมไทยมา “คิดใหม่ เข้าใจใหม่ และอยู่ให้เป็น” บนโลกที่ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมหาคำตอบใหม่ ๆ ไปด้วยกัน
ภาพประกอบสร้างโดย AI








