มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าพัฒนาศักยภาพคณาจารย์สู่เวทีนานาชาติ โดย ผศ.ณธกร อุไรรัตน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมอาจารย์ศรัจจันทร์ พลอยบุศต์ อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ ได้รับเชิญไปสอนที่ Tianjin College of Commerce (TCC) ประเทศจีน ภายใต้โครงการ Foreign Teachers for Sino-Foreign Cooperative Education Programs of TCC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัย ในการแลกเปลี่ยนแนวทางการสอนด้านศิลปะและการออกแบบ รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการสร้างสรรค์ เพื่อนำประสบการณ์กลับมาพัฒนาการเรียนการสอนของคณะศิลปกรรมศาสตร์
ผศ.ณธกร เปิดเผยว่า การเดินทางไปสอนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ระบบการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ทั้งด้านรูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษา วิธีการสื่อสารในห้องเรียน และการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการออกแบบ โดยมหาวิทยาลัยได้จัดการเดินทางของอาจารย์เป็นรอบ เพื่อให้มีคณะทำงานเดินทางไปเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ก่อนที่อาจารย์ชุดถัดไปจะเดินทางไปสอนต่อ ซึ่งช่วยให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างเป็นระบบ
ในการสอนที่มหาวิทยาลัยพันธมิตรครั้งนี้ ผศ.ณธกร รับผิดชอบสองรายวิชาหลัก ได้แก่ วิชาการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น และวิชา Layout Design ซึ่งเป็นรายวิชาที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อไปสอนในประเทศจีนจำเป็นต้องปรับวิธีการสื่อสารให้เหมาะกับผู้เรียน เนื่องจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลายคนยังไม่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ
“ในช่วงแรกของการสอนมีการกำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่เมื่อเริ่มสอนพบว่านักศึกษาบางส่วนยังไม่คุ้นเคยภาษา จึงปรับสไลด์บางส่วนเป็นภาษาจีนและใช้ภาษาจีนช่วยอธิบายในบางช่วง เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจนมากขึ้น โดยรายวิชาที่สอนเป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ นักศึกษาจะได้เรียนผ่านการสาธิตและการทดลองทำงานจริงในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันในช่วงต้นของรายวิชาอาจารย์ยังต้องอธิบายหลักการพื้นฐานของการออกแบบอย่างละเอียด ทั้งแนวคิด ขั้นตอนการทำงาน และเกณฑ์การประเมิน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างของงานออกแบบก่อนเริ่มสร้างผลงาน” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
ความท้าทายระหว่างการสอน คือการใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบ เช่น Adobe Photoshop และ Adobe Illustrator ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของงานออกแบบ แม้จะเป็นโปรแกรมที่ตนคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่คอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยที่จีนตั้งค่าเมนูเป็นภาษาจีนทั้งหมด จึงต้องเรียนรู้ตำแหน่งคำสั่งใหม่ เช่น คำสั่งคัดลอก ตัวอักษร หรือเครื่องมือพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งต้องค่อย ๆ ปรับตัวไปพร้อมกับการสอนในชั้นเรียน
ในด้านการใช้เทคโนโลยี AI ผศ.ณธกร อธิบายว่า หลักสูตรของสาขาที่สอนมีระยะเวลาค่อนข้างกระชับ นักศึกษาจึงต้องสร้างผลงานให้ได้คุณภาพภายในเวลาที่จำกัด การใช้ AI จึงช่วยให้ผู้เรียนสามารถทดลองแนวคิดหรือสร้างทางเลือกของไอเดียได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการทำผลงานขั้นสุดท้ายของรายวิชา
อย่างไรก็ตาม ผศ.ณธกร ย้ำว่า การใช้ AI ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะผู้เรียนยังต้องเข้าใจพื้นฐานด้านการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบศิลป์ โครงสร้างภาพ วิธีคิดเชิงออกแบบ และกระบวนการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นนักศึกษาควรมีพื้นฐานการออกแบบก่อน แล้วจึงใช้ AI เข้ามาช่วยพัฒนางานให้ดีขึ้น หากใช้มากเกินไปโดยไม่มีพื้นฐาน ก็อาจทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจกระบวนการออกแบบจริง
“ระหว่างการสอนยังพบข้อจำกัดด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื่องจากบริการออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ Google หลายอย่างไม่สามารถใช้งานในประเทศจีนได้ตามปกติ ทำให้ต้องเรียนรู้เครื่องมือ AI ที่พัฒนาโดยแพลตฟอร์มของจีนแทน แม้เครื่องมือจะต่างกัน แต่หลักการใช้งานยังคล้ายกัน คือการเขียนคำสั่งหรือ Prompt เพื่อให้ระบบสร้างผลลัพธ์ขึ้นมา จากนั้นจึงนำผลลัพธ์ไปพัฒนาต่อในงานออกแบบ” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
จากการสอนและการสังเกตผู้เรียน ผศ.ณธกร พบว่า นักศึกษาจีนจำนวนมากมีพื้นฐานการวาดภาพแบบเหมือนจริงค่อนข้างแน่น เนื่องจากระบบการเรียนรู้เดิมให้ความสำคัญกับการฝึกฝนทักษะการวาดภาพอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเข้าสู่โจทย์งานออกแบบกราฟิกที่ต้องลดรายละเอียด เช่น การออกแบบโลโก้หรือการใช้เส้นเชิงสัญลักษณ์ นักศึกษาจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากขึ้น
“นักศึกษามีทักษะการวาดภาพแบบละเอียดมาก เพราะพื้นฐานด้านดรออิง (Drawing) แข็งแรง แต่เมื่อให้ลดรายละเอียดให้เหลือเส้นน้อยลงหรือใช้สีจำกัด เขาจะต้องใช้เวลาปรับตัว แต่เมื่อเรียนไปสักระยะก็เริ่มเข้าใจว่างานออกแบบมีหลายรูปแบบ ทั้งงานกราฟิกและงานเชิงนามธรรมที่ช่วยให้การสื่อสารชัดเจนขึ้น” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
การจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในประเทศจีนมีระบบระเบียบที่ชัดเจน ตั้งแต่การเข้าเรียนตรงเวลา ห้องเรียนที่นักศึกษาเข้าครบตั้งแต่เริ่มคาบ ไปจนถึงการบริหารเวลาในชั้นเรียนอย่างเคร่งครัด ทำให้อาจารย์ต้องวางแผนการสอนให้กระชับและดำเนินการสอนให้จบตามเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังมีระบบดูแลนักศึกษาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหอพักภายในมหาวิทยาลัย จึงมีหน่วยงานติดตามเรื่องวินัย การเข้าเรียน และการขาดเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยอาจารย์ผู้สอนรับผิดชอบด้านการเรียนการสอน ส่วนการดูแลด้านระเบียบและการใช้ชีวิตของนักศึกษาจะมีหน่วยงานอื่นคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ผศ.ณธกร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนมีแผนเดินทางกลับไปสอนที่มหาวิทยาลัยเดิมอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 โดยครั้งนี้จะสอนรายวิชาใหม่ในกลุ่ม Creative และการออกแบบงานโฆษณา ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของหลักสูตร และมีโอกาสได้พบกับนักศึกษาบางส่วนที่เรียนต่อเนื่องจากภาคการศึกษาก่อน
ประสบการณ์การสอนในต่างประเทศช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้านศิลปะและการออกแบบ ทั้งในด้านวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน การบริหารจัดการห้องเรียน และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงาน ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะถูกนำกลับมาปรับใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งพื้นฐานการออกแบบและการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการออกแบบในอนาคต
ท้ายที่สุด ผศ.ณธกร มองว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การจัดการเรียนการสอนด้านการออกแบบจำเป็นต้องกำหนดแนวทางการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างเหมาะสม ผู้เรียนควรเข้าใจบทบาทของเทคโนโลยีและรับผิดชอบต่อผลงานที่สร้างขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องพัฒนาพื้นฐานด้านการออกแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและสื่อสารความคิดได้อย่างชัดเจนในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว








