ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม DPU Hackathon ครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “Hack Human Heart” ระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ โดยมีนักศึกษาจากหลากหลายคณะและวิทยาลัยเข้าร่วมกว่า 20 ทีม เพื่อพัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ที่สามารถนำเทคโนโลยี AI มาต่อยอดแนวคิดธุรกิจควบคู่กับการคำนึงถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ โดย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ DPU ให้เกียรติมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ พร้อมคัดเลือก 5 ทีม ที่มีศักยภาพเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเข้าสู่โครงการ Startup Thailand League ประจำปี 2026
ในการแข่งขันรอบ Pitching & Final Presentation แต่ละทีมได้นำเสนอโครงงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ได้แก่ คุณพิมพ์ประไพ ธีระชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเป็นผู้ประกอบการ และ คุณฐาปกรณ์ จำปาใด หัวหน้าแผนกสื่อนวัตกรรม ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงลึกทั้งในประเด็นความชัดเจนของ Pain Points แนวทางการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี ตลอดจนความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจ เพื่อช่วยขัดเกลาการนำเสนอของนักศึกษาให้มีความเป็นมืออาชีพ และเชื่อมโยงกับบริบทของตลาดจริงมากยิ่งขึ้น
ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ทีมการะศิลป์” ทีมผสานพลังจากวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ฉัตรชัย เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา, พรธิตา โพธานนท์, ศรัญญา อินทรส, ชินกฤต บุตตาศรี และ ภานุพงษ์ ธรรมสีทอง ที่สร้างสรรค์ผลงาน “น้ำดื่ม Brxght” ซึ่งเป็นน้ำดื่มเกลือแร่วิตามินที่มีจุดเด่นในการนำวัตถุดิบธรรมชาติอย่างน้ำตาลโตนดมาเป็นส่วนผสมหลัก พร้อมเพิ่มคุณประโยชน์ด้วย B-Complex, Vitamin C และ Zinc เพื่อช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสดชื่นและดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน
ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ตกเป็นของ “ทีมธิดาพญายม”นำโดย วชิราวุธ ยอดเกื้อ จากคณะนิเทศศาสตร์ (CA) ร่วมกับ นภดล เคนประทุม และ ปิยพัทธ์ สีพจน์ จากคณะศิลปศาสตร์ กับโปรเจกต์สบู่ “Thida Lux Jelly Bath” ภายใต้สโลแกน “One Wash One Ocean” ที่ชูจุดเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ผ่านแพ็คเกจจิ้งที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำควบคู่ไปกับการยกระดับวัตถุดิบจากชุมชนอย่างน้ำตาลโตนดมาเป็นส่วนผสมในสบู่รูปแบบเจลลี่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทย
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ปริญเมศร์ ธีรเมธวัชรานนท์ ผู้เข้าแข่งขันหนึ่งเดียวจาก “ทีมเทนโด้” ของวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) ที่นำเสนอโปรเจกต์Smart Flora ต้นไม้พลังงานอัจฉริยะสำหรับเมืองและชุมชน
สำหรับบรรยากาศในพิธีเปิดกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความตั้งใจ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประธานเปิดงานพร้อมต้อนรับนักศึกษาทั้ง 20 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมเน้นย้ำว่ากิจกรรมครั้งนี้เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้นักศึกษาได้ทดลอง ขัดเกลา และทดสอบแนวคิดธุรกิจในสนามจำลองที่ใกล้เคียงกับโลกจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและอ่านความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเท่าทัน
ก่อนเข้าสู่การพัฒนาโปรเจกต์อย่างจริงจัง ภายในงานยังมีการบรรยายและเวิร์กช็อปหลายหัวข้อเพื่อเสริมทักษะด้านธุรกิจและเทคโนโลยีแก่นักศึกษา โดยเริ่มจากช่วง “The Chill” โดย คุณซอง ธีรุตม์ วรรณฤมล CEO แบรนด์ La.moon – Cold Brew Coffee ที่มาแบ่งปันประสบการณ์การพลิกวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง “Timing” หรือจังหวะเวลาที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง และการสร้างระบบการผลิตที่เป็น “Hidden Advantage” รวมถึงการพัฒนาทักษะแบบ T-Shaped Model ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกกับความรู้รอบด้านเพื่อการบริหารจัดการทีม
ต่อด้วย กระบวนการบ่มเพาะไอเดียผ่าน Workshop Business Model Canvas (BMC) โดย อาจารย์ธัญญภัสร์ ภูมิทรัพยเวทย์ ผู้ชํานาญการฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้พาเจาะลึกการใช้เครื่องมือ Value Proposition Canvas (VPC) เพื่อชวนให้นักศึกษากลับไปตั้งคำถามกับปัญหาของลูกค้าจากข้อเท็จจริง มากกว่าการคาดเดาความต้องการ โดยเน้นว่า BMC คือพิมพ์เขียวทางธุรกิจที่ช่วยลดความผิดพลาดจากการคิดถึงสินค้าก่อนปัญหาลูกค้า การเริ่มต้นที่ถูกต้องจึงเป็นการทำความเข้าใจผ่าน VPC เพื่อหาจุดที่สินค้าสามารถแก้ปัญหา (Pain Relievers) และสร้างประโยชน์ (Gain Creators) พร้อมใช้เครื่องมือนี้จัดระบบความคิดและสื่อสารภายในทีมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
ควบคู่ไปกับจังหวะของการพัฒนาไอเดีย นักศึกษายังได้รับการประเมินทักษะผ่านกิจกรรม AI Assessment โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท EDA ประเทศไทย เพื่อวัดระดับความสามารถในการใช้ AI ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การสั่งงาน การประเมินข้อมูล การสร้างสรรค์ และการจัดการความเสี่ยง ซึ่งช่วยสะท้อนทั้งจุดที่ต้องพัฒนาและภาพรวมความตื่นตัวของนักศึกษา DPU ต่อการใช้งาน AI อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะความเข้าใจด้านความปลอดภัยของข้อมูลและอคติของระบบ เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในฐานะเครื่องมือช่วยงานนั้นตั้งอยู่บนกรอบคิดที่มีความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ นักศึกษาสามารถต่อยอดทักษะเชิงเทคนิคผ่านเวิร์กช็อป "AI for Entrepreneur" โดย คุณอนนต์ อุบลโกมุท จากฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มาถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบคำสั่ง (Prompt Engineering) ผ่านกรอบ Customer Journey เพื่อให้นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนให้เป็นระบบและประหยัดเวลาได้มากขึ้น
ขณะที่ช่วงก่อนการนำเสนอแผนธุรกิจ ดร.เปรมารัช วิลาลัยอาจารย์ประจำหลักสูตรบัญชีดิจิทัล และผู้ดูแลโครงการการแข่งขันทางวิชาการด้านบัญชีที่คว้ารางวัลมาอย่างต่อเนื่องในเวทีระดับประเทศ ได้ร่วมให้มุมมองในหัวข้อ “Finance for Entrepreneurs” โดยเน้นย้ำว่าการเงินคือ “เสาหลักสำคัญ” ที่ช่วยยึดโยงไอเดียให้อยู่บนพื้นฐานความจริง ทั้งการจัดการกระแสเงินสดและต้นทุนเพื่อความยั่งยืน พร้อมทั้งส่งแรงใจให้นักศึกษากล้าใช้ความรู้ทางการเงินเป็นเครื่องมือดูแลความฝัน เพราะเมื่อความคิดสร้างสรรค์ผสานเข้ากับความเข้าใจตัวเลขที่ถูกต้อง ความสำเร็จย่อมเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง
สำหรับบรรยากาศในช่วงสุดท้ายของกิจกรรม ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้มอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ โดยผลงานแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาในการพัฒนาและนำเสนอผลงานภายใต้กรอบที่กำหนด ท่ามกลางรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งความชื่นชมในความสามารถของนักศึกษาในปีนี้ที่สามารถนำเสนอผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยหนึ่งในโปรเจกต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จนคณะกรรมการต้องเอ่ยปากขอร่วมสนับสนุน คือ Smart Flora “ต้นไม้พลังงานอัจฉริยะสำหรับเมืองและชุมชน” ของ ปริญเมศร์ ธีรเมธวัชรานนท์นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรการตลาดและการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ซึ่งหยิบความสวยงามของต้นไม้มาบวกกับพลังงานสะอาดเพื่อแก้ปัญหาความร้อนในเมือง
ปริญเมศร์เล่าด้วยรอยยิ้มถึงแนวคิดสิ่งประดิษฐ์รูปทรงต้นไม้ ที่เปลี่ยนพื้นที่รกร้างหรือริมถนนให้เป็นจุดผลิตไฟฟ้า ทำหน้าที่เสมือนเครื่องฟอกอากาศและแอร์ธรรมชาติ ซึ่งคาดการณ์ว่าหากติดตั้งจริงจะช่วยประหยัดค่าไฟในเมืองได้มหาศาล เพราะต้นไม้ 1 ต้น สามารถผลิตพลังงานแทนไฟฟ้าได้เทียบเท่าแอร์ถึง 2 เครื่อง และยังช่วยเปิดใจให้คนหันมาใช้พลังงานทางเลือกได้ง่ายขึ้น
“ถ้าธุรกิจจะยั่งยืนจริง ๆ เราต้องไม่มองแค่เงิน เพราะเงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่ยั่งยืนคือประโยชน์ต่อโลก ไม่ใช่รุ่นเรา แต่มันต้องไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานที่พัฒนาต่อยอดได้อีก ยุคที่เราอยู่ตอนนี้อาจเป็นแค่ยุคที่ 1 ของพลังงาน แต่ถ้าทำตรงนี้มันจะเชื่อมไปสู่อนาคตได้ครับ เป้าหมายของผมคือทำให้คนทุกระดับเข้าถึงความเย็นสบายได้ฟรี เช่น อาม่าที่นั่งหน้าบ้านก็ได้รับประโยชน์จากต้นไม้นี้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ”
ปริญเมศร์ยังเปิดใจถึงชีวิตส่วนตัวว่า ปัจจุบันอายุ 32 ปีแล้ว แต่ตัดสินใจกลับมาเรียนใหม่อีกครั้งเพราะเคยล้มเหลวจากธุรกิจเกือบทุกรูปแบบ ทั้งร้านซูชิ งานอีเวนต์ และรับเหมาไฟฟ้า ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้เห็นชัดถึงข้อจำกัดด้านทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารธุรกิจ การเลือกกลับมาเรียนที่ CIBA จึงเป็นการเติมองค์ความรู้เชิงระบบ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการวางแผนธุรกิจ ช่วยยกระดับการประเมินความเสี่ยงและการจัดการโปรเจกต์ขนาดใหญ่ให้แม่นยำขึ้นกว่าที่เคยเป็น
นอกเหนือจากทักษะวิชาการ บรรยากาศการเรียนในมหาวิทยาลัยยังช่วยให้การทำงานแบบ “โตเดี่ยว” เปลี่ยนไป เพราะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จนบ่อยครั้งต้องยอมขับรถกลับจากเชียงใหม่มาเรียน เพราะทุกคลาสได้มุมคิดและคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้กับการทำงานจริงได้โดยตรง
“จากเดิมที่ใช้ Canva ไม่เป็น ไม่เคยคิดโมเดลธุรกิจ แต่ตอนนี้ผมอยู่ปี 3 ประเมินความเสี่ยงและรอบคอบขึ้นมากจนปิดประตูเจ๊งได้เลย อาจารย์ที่นี่สอนเก่งมาก มีเทคโนโลยีและ AI ที่ทำให้งานง่ายขึ้น เซฟต้นทุนการจ้างงานจนสามารถทำทุกอย่างจบได้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกที่ได้มาอยู่ในรั้ว DPU ต่างจากเมื่อก่อนที่ผมทำงานคนเดียวเยอะมาก พอมาอยู่ที่นี่ผมรู้สึกว่ามีโอกาสและช่องทางเยอะ ทำให้เราได้ทางเลือกที่ดีขึ้นและมีพลังในการขับเคลื่อนครับ คำสอนเพียงคำเดียวของอาจารย์บางท่านเปลี่ยนเราไปได้เลย ใช้คำว่าตื่นได้เลยครับ”
สำหรับก้าวต่อไป ปริญเมศร์ตั้งเป้าพา Smart Flora ไปจดสิทธิบัตรและสร้างต้นแบบ (Prototype) ตัวจริงให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ควบคู่ไปกับการแข่งขัน Startup Thailand League ระดับประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้สถาบันก่อนจบการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมายังได้พิสูจน์ฝีมือ คว้ารางวัล Top 3 จากรายการ “Inspire for Tomorrow” โดย One Bangkok มาแล้วเช่นกัน
“การมาเรียนที่นี่ทำให้ผมเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ภูมิใจมากที่กรรมการเห็นความสำคัญและอยากร่วมทุนด้วย ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่มอบโอกาสและคอยขัดเกลาจนมีวันนี้ ผมจะพยายามติด 1ใน 5 ของประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยตอบแทนก่อนที่ผมจะจบไป” ปริญเมศร์ กล่าวด้วยรอยยิ้มทิ้งท้าย
ขณะเดียวกัน กิจกรรม DPU Hackathon ครั้งที่ 10 “Hack Human Heart” ยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญในการคัดเลือก 5 ทีมที่มีผลงานโดดเด่น เพื่อเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยก้าวสู่เวทีการแข่งขันในโครงการ Startup Thailand League 2026 โดยทั้ง 5 ทีมจะได้รับการบ่มเพาะเชิงลึกเพื่อพัฒนาแนวคิดธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมนำนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นไปพิสูจน์ศักยภาพในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมบนเวทีระดับประเทศต่อไป







