เบื้องหลังบทพระราชนิพนธ์ ร.6 “ตั้งจิตคิดคลั่ง”ละครซ้อนละครที่เสียดสีวงการมหรสพประชานิยม
คุณดังกมล ณ ป้อมเพ็ชร ได้ให้ข้อมูลและถ่ายทอดแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง “ตั้งจิตคิดคลั่ง” ซึ่งเป็นงานศิลปะที่มีความโดดเด่นในการสะท้อนภาพลักษณ์และการเสียดสีวงการ “ละครร้องสลับพูด” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในอดีต
จาก “ชื่นใจไม่สมัค” สู่การเสียดสีละครร้องสลับพูด
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ละครเรื่อง “ชื่นใจไม่สมัค” เมื่อ พ.ศ. 2456 เพื่อจัดแสดงในงานฉลองจิตรลดาสภาคาร ต่อมาได้ทรงปรับปรุงเป็นเรื่อง ตั้งจิตคิดคลั่ง ใน พ.ศ. 2462 และตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ดุสิตสมิต¹ พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้เป็นละครร้องแนวจำอวดเชิงเสียดสี วิพากษ์ล้อเลียน “ละครร้องสลับพูด” ซึ่งเป็นมหรสพยอดนิยมในสังคมไทยช่วงนั้น ละครร้องสลับพูดเกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ พร้อมกับการก่อตั้ง “คณะละครร้องปรีดาลัย” ซึ่งในระยะแรกใช้นักแสดงหญิงล้วน ยกเว้นบทตลกหรือจำอวดที่ใช้ผู้ชายแสดง ต่อมาพระนางเธอลักษมีลาวัณ ทรงปรับปรุงให้คณะละครใช้ “ชายจริงหญิงแท้” แสดงร่วมกัน และมักแสดงละครแต่งใหม่ตามกระแสนิยมของสังคม ต่อมาได้เกิดคณะละครร้องลักษณะเดียวกันอีกหลายคณะ เช่น คณะปราโมทย์เมือง ประเทืองไทย วิไลกรุง ปราโมทัย ไฉวเวียง เสรีสำเริง และบันเทิงไทย เป็นต้น ศิลปะละครร้องสลับพูดได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ลักษณะเด่นที่พระองค์ทรงล้อเลียนใน “ตั้งจิตคิดคลั่ง” คือ “ความซ้ำซ้อนในการนำเสนอ” ของละครร้องสลับพูด เนื่องจากละครประเภทนี้ประกอบด้วยทั้งบทร้องและบทพูด แต่กลับยึดถือ “การร้อง” เป็นหลัก เมื่อตอนร้องจบ นักแสดงมัก “เจรจาทวนบท” ซ้ำสิ่งที่เพิ่งร้องไป ทำให้การดำเนินเรื่องยืดเยื้อ บางเรื่องใช้เวลาแสดงข้ามวันข้ามคืนนอกจากนี้ เมื่อละครร้องกลายเป็นกิจการเชิงพาณิชย์ มีการจำหน่ายบัตรเข้าชม ผู้จัดจึงแข่งขันกันหาวิธีดึงดูดผู้ชมให้มากที่สุด บทละครจึงมักมีเนื้อหาประโลมโลก แทรกเหตุการณ์ร่วมสมัย หรือใส่มุขตลกหยาบโลนเพื่อเอาใจผู้ชม อีกทั้งยังใช้นักแสดงเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็น “คู่จิ้น” ดาราสาวสวย หรือระบบ “แฟนด้อม” รวมถึงเทคนิคเวทีและฉากแปลกใหม่เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมในยุคนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงเสียดสีทั้งกระบวนการสร้างบท การแสดง การนำเสนอ และพฤติกรรมของทั้งผู้แสดงและผู้ชม ที่ต่างมุ่งเน้นความบันเทิงฉาบฉวย แทนที่จะมองศิลปะการละครในฐานะเครื่องมือสื่อสาร ยกระดับจิตใจ หรือจรรโลงสังคม
บทละคร ชื่นใจไม่สมัค และ ตั้งจิตคิดคลั่ง ต่างนำเสนอ “ละครซ้อนละคร” กล่าวคือเป็นเรื่องของการจัดแสดงละครประโลมโลกเรื่อง ตั้งจิตคิดคลั่ง ที่เล่าถึงการขบถต่ออำนาจเพื่อบูชาความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เผยให้เห็น “ละครอีกชั้นหนึ่ง” คือชีวิตจริงเบื้องหลังเวทีของคณะละคร “เกเรกำดัด” ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งการแข่งขันระหว่างนักแสดง ปัญหาการจัดแสดง ตลอดจนการขัดแย้งระหว่างผู้จัดการฝ่ายขาย (เอเย่นต์) กับผู้กำกับเวที (ผู้จัดการละคร)
สำหรับการจัดแสดงครั้งปัจจุบัน ได้มีการนำบทละครทั้งสองเรื่องมาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อคงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ดั้งเดิมของบทพระราชนิพนธ์ ที่มุ่งล้อเลียนมหรสพประชานิยมและเน้นโครงสร้าง “ละครซ้อนละคร” ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น มีการสร้างสรรค์ดนตรีใหม่ในรูปแบบวงผสมระหว่างเครื่องดนตรีไทยและเครื่องสากล ปรับจังหวะให้กระชับเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการรับชมของผู้ชมยุคใหม่ ทั้งนี้ ยังคงยึดขนบดนตรีไทยอย่างเคร่งครัด มิได้ดัดแปลงให้ผิดเพี้ยน หากแต่ “เล่น” ให้ “แก่น” ยิ่งขึ้น
ส่วนของ “ละครร้อง” ที่อยู่ภายใน “ละครล้อ” เน้นประเด็นหลักว่าตัวละครล้วนยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง กระทำตามอารมณ์ ปราศจากการคำนึงถึงผู้อื่น ใช้คนรอบข้างเป็นเพียงเครื่องมือหรือคู่ขัดแย้ง ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมที่ยังพบเห็นได้ในสังคมร่วมสมัย ดังคำกล่าวของ “เรไร” นางเอกในละครว่า “ยิ่งลุ่มหลง ยิ่งน่าขันและน่าหัว” อันเป็นการขับเน้นแนวคิด “ตั้งจิต–คิดคลั่ง” ให้คมชัดตามพระราชประสงค์ดั้งเดิม
โดยสรุป ละครเรื่องนี้มุ่งเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางศิลปะการละครของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ชมร่วมสมัยได้สัมผัสสุนทรียะของละครร้องและดนตรีไทยผ่านมิติของการล้อเลียน อันเป็นการเชื่อมโยง “สุนทรียะทางการละครเมื่อร้อยปีก่อน” เข้ากับ “ความร่วมสมัยของปัจจุบัน” (ข้อมูล เชิงอรรถ นิดา มีสุข. ตั้งจิตรคิดคลั่ง : ละครล้อละครร้อง. “ปาริชาติ”. ปีที่ 14 ฉบับที่ 1 เมษายน-กันยายน 2544. หน้า 40-48.)
“ละครซ้อนละคร” ตีแผ่เบื้องหลังคณะเกเรกำดัด การสร้างสรรค์ใหม่ที่ยังคง “แก่น” เดิม โดย ละครเวที “ตั้งจิตคิดคลั่ง” ครั้งล่าสุด จะแสดงโดยนิสิตระดับปริญญาโทและตรีของภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย กิตติธัช แก้วอุทัย (แชมป์เพลงเอก) ร่วมด้วย ธนัญญา โตสม ธณาวินท์ สินเติม พีรดนย์ นามวงศ์ สรณ์ก้องภพ เชี่ยวประมงค์ สมหญิง ทองคำ ธนธร สุวรรณรักษ์ จิราภัทร ปานคง และศิววงศ์ อินทรภาษิต จัดแสดง 12 รอบ ในวันที่ 15-25 มกราคม 2569 จองบัตรได้ทาง TicketMelon บัตรราคา 800 บาท นิสิตนักศึกษา 400 บาท
จัดแสดงในวันที่ 15-25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ศิลปการละคร สดใส พันธุมโกมล ชั้น 6 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ https://www.ticketmelon.com/th/dramaartschula/The-Flamboyant-Lovers/
#ละครอักษร#ตั้งจิตคิดคลั่ง #theflamboyantlovers #DramaArtsChula







