สังขละบุรี เป็นเมืองเล็กๆในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ทางตะวันตกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ เกือบ 500 กม. ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและภูเขา จังหวัดนี้มีพรมแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนมาร์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมอญและกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ : สะพานไม้ความยาว 800 เมตรที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยและเมียนมาร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ ที่มรณภาพไปเมื่อ พ.ศ.2549 ซึ่งท่านได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอญในสังขละบุรี และไม่ใช่แค่ผู้นำทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจ การปกครอง และจิตวิญญาณของประชาชน
(ที่ 3 จากซ้าย - หลวงพ่ออุตตมะ)
ในด้านการศึกษา ท่านได้นำความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา มาสนับสนุนให้ชาวไทยและชาวมอญได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยท่านได้บริจาคที่ดินและระดมทุนสร้างโรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่
พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม และศิษย์เอกของหลวงพ่ออุตตมะ ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของหลวงพ่ออุตตมะว่า “ก่อนที่ท่านจะก่อตั้งโรงเรียนประถมวัดวังก์วิเวการามนั้น ไม่มีโรงเรียนสำหรับนักเรียนมอญ นักเรียนต้องข้ามสะพานเพื่อไปโรงเรียน ซึ่งอันตรายมากในช่วงฤดูฝน ต่อมานักเรียนมอญเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ และหลวงพ่อต้องการให้การศึกษาแก่เด็กเหล่านี้ ท่านได้พูดคุยกับคณะกรรมการการศึกษาท้องถิ่นเพื่อหาครู และท่านสนับสนุนเรื่องที่ดินและการสร้างอาคารเรียน เป็นความร่วมมือระหว่างหลวงพ่ออุตตมะและรัฐในการสนับสนุนการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน”
ในปี พ.ศ. 2519 หลวงพ่ออุตตมะได้มอบที่ดิน 43 ไร่ ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ และเริ่มโครงการระดมทุนเพื่อสร้างโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา เริ่มต้นจากนักเรียน 22 คน จนปัจจุบันในปี พ.ศ.2568 มีนักเรียนมากกว่า 2,000 คน และเป็นโรงเรียนมัธยมแห่งเดียวในสังขละบุรี ที่โรงเรียนประถมขนาดเล็กกว่า 30 แห่งในสังขละบุรีได้ส่งนักเรียนมาเรียนต่อ นับเป็นประตูสู่การศึกษาระดับสูงสำหรับชุมชน
ดร. รัตนา แซ่เล้า ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2549 และนักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า “โรงเรียนมัธยมแห่งนี้มีความพิเศษมาก เพราะทำให้ผู้คนทุกกลุ่มในสังขละบุรีจะเรียนรู้ร่วมกัน เป็นเพื่อนกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน ที่นี่มีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย มอญ และกะเหรี่ยง พวกเขาเรียนร่วมกันอย่างสงบสุข สำหรับนักเรียนเกือบ 200 คนที่มาจากบ้านไกลโรงเรียน พวกเขาได้อาศัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนและเรียนแบบอยู่ประจำ ทำให้เรียนรู้ที่จะอยู่และทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ปลูกผักและทำอาหาร จนได้สร้างวัฒนธรรมที่กลมกลืนในบริเวณโรงเรียน นอกจากนี้การที่โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษาเป็นโรงเรียนรัฐบาล ทุกอย่างฟรี นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
ความแตกต่างทางเชื้อชาติและภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ นักเรียนทั้งที่โรงเรียนวัดวังก์วิเวการามและอุดมสิทธิศึกษา สามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ถึงแม้นักเรียนส่วนใหญ่พูดภาษาท้องถิ่นที่บ้าน แต่เมื่อมาโรงเรียน ครูจะเป็นผู้สร้างสะพานทางวัฒนธรรมและภาษาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาไทย มีการส่งเสริมและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้นักเรียนใช้ภาษาไทยกันเอง ในด้านภาษาถิ่นได้สอนให้มีการเคารพและรักษาวัฒนธรรม ด้วยการให้ครูท้องถิ่นสอนภาษามอญในชั่วโมงเรียน ด้วยการมุ่งเน้นภาษาท้องถิ่น โรงเรียนเหล่านี้กำลังสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงพ่ออุตตมะ ผู้ซึ่งสามารถพูดภาษาท้องถิ่นได้อย่างคล่องแคล่วถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย มอญ พม่า กะเหรี่ยง และบาลี ท่านเคยใช้ภาษาท้องถิ่นเหล่านี้เพื่อช่วยรัฐบาลไทยในการลดอุปสรรคต่อชุมชนท้องถิ่น
นอกจากนี้นักเรียนยังมีโอกาสได้เรียนวิชาชีพต่างๆ ในโรงเรียน เช่น ช่างกล การทำอาหาร และการบัญชี เพื่อให้หลังจบการศึกษาไปจะได้มีงานทำในชุมชนสังขละบุรี ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนกำลังส่งเสริมความสัมพันธ์กับสถาบันราชภัฐกาญจนบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมวัน เพื่อส่งนักเรียนไปเรียนรู้ร่วมกันและฝึกงาน”
มาที่ นายสุรินทร์ เกตสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา จ.กาญจนบุรี ได้กล่าวว่า “โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษาสามารถเป็นต้นแบบสำหรับสังขละบุรี เป้าหมายของผมสำหรับคือการเป็นโรงเรียนสำหรับทุกคน ที่ชุมชนสามารถไว้วางใจ และภาคภูมิใจ”
หนึ่งในประเด็นที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนมีความเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ขัดแย้งกัน แต่ต้องดำเนินไปพร้อมกัน เด็กนักเรียนต้องสามารถดูแลตัวเองและเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ แต่ก็ต้องเคารพความแตกต่างและความหลากหลายด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมได้ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษาเป็นตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนที่ดีที่สามารถทำได้ทั้งสองอย่าง ทั้งนี้เพราะมีวิสัยทัศน์ที่ดีและมีศักยภาพที่จะสร้างความสันติสุขให้สังขละบุรี คือสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่า หากเรามีรากฐานการศึกษาที่ถูกต้อง เราก็สามารถมีการศึกษาที่มีคุณภาพได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นระดับโลกหรือระดับชาติ สิ่งสำคัญคือหลวงพ่ออุตตมะได้แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนที่ดีสามารถเกิดขึ้นได้เพื่อช่วยให้ แบ่งปัน ทำงานเป็นทีม และนักเรียนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข







