3 ม.ค.69 - กรุงเทพมหานคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ Education Sandbox ในโรงเรียนสังกัด กทม. ซึ่งปัจจุบันขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 70 โรงเรียน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของหลักสูตรเดิมและเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ได้เอง โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการส่งเสริม "Maker Space" หรือพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เริ่มนำร่องในเขตบางพลัด และกำลังขยายผลให้ครบทั้ง 437 โรงเรียน เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากเด็กนักเรียนที่เป็นผู้รับความรู้เพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็น "เจ้าของหลักสูตร" ผ่านกระบวนการแก้ปัญหาด้วยการลงมือทำ (Hands-on) ตามแนวทาง STEAM Education
"เราทำห้อง Maker Space จากเดิมที่เรียนปกติทำแค่การบ้านส่ง ตอนนี้เปลี่ยนใหม่ให้มีวิชาหนึ่งในทุกสัปดาห์มาเรียนผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอน เริ่มจากการตั้งคำถาม (Ask) แล้วให้เด็กสร้างสรรค์ (Create) ออกมาเพื่อแก้ปัญหา ผมไปดูที่บางพลัดมา เด็กเขาสนุกมาก ประดิษฐ์หุ่นยนต์ทั้งตัวจากกระดาษลัง ซึ่งเด็กต้องใช้ความรู้ทั้งคณิตศาสตร์เพื่อตัดมุมให้เป๊ะ รู้เรื่องวัสดุศาสตร์ และฟิสิกส์เพื่อดูน้ำหนักแรง หัวใจสำคัญคือการลงมือทำซ้ำ ๆ ผิดพลาดเป็นร้อยครั้งกว่าจะได้แขนหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์ นี่คือพื้นฐานสำคัญของการแก้ปัญหาในอนาคต"
นายศานนท์ กล่าวว่า เป้าหมายของ กทม. คือการทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับปัญหาจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในบ้าน โดย กทม. ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาสังคมอย่าง Starfish มาช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อยกระดับเด็ก กทม. ให้เป็นนักคิดและนักลงมือทำที่มีทักษะการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน








