ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและสถาบันอุดมศึกษาอินเดีย: มิติเชิงกลยุทธ์ของการสร้างพันธมิตรทางวิชาการในโลกยุคใหม่" ข้อความว่า ในบริบทของการอุดมศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางวิชาการและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการศึกษา การลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐอินเดียจึงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงรุกในการขยายพันธมิตรทางวิชาการสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน
บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงวิชาการต่อความร่วมมือดังกล่าว โดยศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพและลักษณะเฉพาะของความร่วมมือกับสถาบันอินเดียเทียบกับเครือข่ายพันธมิตรเดิม โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้เพื่อชี้ให้เห็นถึงมิติเชิงกลยุทธ์ที่อินเดียสามารถเสริมเติมได้ในโครงสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ศักยภาพทางวิชาการของสาธารณรัฐอินเดียในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์
สาธารณรัฐอินเดียได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวิชาการและเทคโนโลยีของเอเชียในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้ อินเดียยังมีความโดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาพลังงานทางเลือก เทคโนโลยีการแพทย์ และเภสัชศาสตร์ ความร่วมมือกับสถาบันอินเดียจึงเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเข้าถึงองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีขั้นสูงในต้นทุนที่เหมาะสมกว่าการเชื่อมโยงกับสถาบันในประเทศพัฒนาแล้วทางตะวันตก
ในมิติของมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อินเดียเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนาน ซึ่งสอดรับกับจุดเด่นของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในสาขาวิชาต่างๆ อาทิ ศิลปะการประกอบอาหาร วัฒนธรรมศึกษา การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างนักศึกษาและอาจารย์จากทั้งสองสถาบันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวของประเทศไทย นอกจากนี้ ทั้งอินเดียและไทยต่างเป็นประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียที่มีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในประเด็นเกษตรกรรม การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสังคมสูงอายุ ความร่วมมือด้านการวิจัยจึงมีศักยภาพสูงในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาระบบสาธารณสุขชุมชน และการจัดการการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน
การวิเคราะห์เปรียบเทียบ: อินเดียและจีนในฐานะพันธมิตรทางวิชาการ
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับการยอมรับว่าเป็นพันธมิตรทางการศึกษาที่สำคัญของประเทศไทย มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจีนในหลากหลายมิติ ครอบคลุมการสอนภาษา การท่องเที่ยว ธุรกิจการบิน ศิลปะการประกอบอาหาร และเทคโนโลยี จุดแข็งของจีนประกอบด้วยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ขนาดตลาดการศึกษาที่ใหญ่โตพร้อมจำนวนนักศึกษาต่างชาติจำนวนมหาศาล และนโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แม้จีนจะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่ความร่วมมือก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา อาทิ ระดับการแข่งขันที่สูงในการเข้าถึงทรัพยากรทางวิชาการ ข้อจำกัดในการเข้าถึงสาขาวิชาบางสาขาที่ยังมีการควบคุม และความจำเป็นต้องมีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับบริบททางวัฒนธรรมและระบบราชการที่มีความซับซ้อนเฉพาะตัว
สาธารณรัฐอินเดียเข้ามามีบทบาทในการเสริมเติมมิติที่จีนอาจไม่ครอบคลุมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในด้านความยืดหยุ่นของระบบการศึกษาที่มีความหลากหลายและเปิดกว้างมากกว่า ต้นทุนการเข้าถึงที่ต่ำกว่าและมีความเป็นไปได้มากกว่าในหลายสาขาวิชา ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่โดดเด่นในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ รวมถึงความใกล้เคียงทางสังคมและวัฒนธรรมในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีประสบการณ์และความท้าทายคล้ายคลึงกัน การมีทั้งจีนและอินเดียเป็นพันธมิตรทางวิชาการจึงสร้างโครงสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศที่สมบูรณ์และครอบคลุมหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้นสำหรับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพทางวิชาการที่สมดุลและยั่งยืน
การยกระดับมาตรฐานหลักสูตรสู่เกณฑ์สากล
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาหลักสูตรร่วม (Joint Program) กับสถาบันอินเดียจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพหลักสูตรให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานปัจจุบัน อาทิ การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวดิจิทัล วิทยาการข้อมูลประยุกต์สำหรับอุตสาหกรรมบริการ และโภชนศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตในตลาดโลก โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะภาษา ความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และสมรรถนะสากล (Global Competency) ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเชื่อมโยงกันทั่วโลก การสัมผัสกับสภาพแวดล้อมทางวิชาการและสังคมที่แตกต่างจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการคิดและการปรับตัวของนักศึกษาและบุคลากร นอกจากนี้ ความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันอินเดียจะเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายการวิจัยที่มีศักยภาพสูงในประเด็นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ อาทิ นวัตกรรมทางอาหารและโภชนาการ เทคโนโลยีเพื่อสังคมสูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในฐานะสถาบันวิจัยด้านการบริการและคุณภาพชีวิตในระดับภูมิภาค
ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐอินเดียถือเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการในระยะยาว สาธารณรัฐอินเดียไม่ได้เข้ามาทดแทนสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งยังคงเป็นพันธมิตรหลักที่สำคัญ หากแต่เข้ามาเสริมสร้างความหลากหลาย เติมเต็มช่องว่างที่มีอยู่ และเปิดประตูสู่เครือข่ายองค์ความรู้ในมิติใหม่ที่จีนอาจไม่ได้ครอบคลุมอย่างครบถ้วน โครงสร้างความร่วมมือแบบพหุภาคีระหว่างจีน–อินเดีย–ไทยจึงเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้มีความพร้อมในการแข่งขันในเวทีการศึกษาระหว่างประเทศ และสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่สังคมไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน








