วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการแฝงตัวในแอปพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดัง ที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มชายรักชายชาวต่างชาติ ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้จะระบุพิกัดชัดเจนว่าผู้ที่คุยกันอยู่บริเวณไหน โดยเป็นช่องทางให้เกิดโอกาสกระทำผิดกฎหมาย จนกระทั่งสืบทราบว่า Mr.M (นามสมมติ) สัญชาติ อูกันดา อายุ 29 ปี มีการโพสต์โปรโมท รูปร่างกำยำและมีการโชว์ของลับของตนเอง โดยสายลับทำการติดต่อพูดคุยจนทราบว่า การให้บริการ Mr.M จะนั่งรถไปหาผู้รับบริการที่ห้องพักซึ่งส่วนมากเป็นคอนโดหรู โดยคิดค่าบริการเริ่มต้น 2,500 บาท และถ้ามีการร่วมสัมพันธ์ เริ่มต้นที่ 4,000 บาท มากกว่านั้นแล้วแต่ตกลงกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยจนสืบทราบว่า Mr.M พักอาศัยอยู่โรงแรมย่านกลางเมืองแห่งหนึ่ง จึงวางแผนเข้าไปทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบ Mr.M อยู่ในห้องพัก ตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่เกินอนุญาต และยังพบถุงยางอนามัยจำนวนหลายชิ้นในห้องพัก โดย Mr.M รับสารภาพว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาติสิ้นสุดจริง ก่อนหน้านี้เป็นนักฟุตบอล แต่เมื่อวีซ่าสิ้นสุดจึงหันมาเลี้ยงชีพด้วยการขายบริการให้ชายชาวต่างชาติจริง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการขยายผลเครือข่ายการแฝงขายบริการในแพลตฟอร์มต่างๆอย่างต่อเนื่อง และขอประชาสัมพันธ์ว่าหากมีผู้พบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย หรือมีบาะแสการกระทำผิดเพิ่มเติมสามารถประสานข้อมูลแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง








