"สาวขับเบนซ์" ยัน เบนซ์AMG C43 4MATIC รุ่นพิเศษสีน้ำเงินมี แค่ 18 คันในไทยค่าซ่อม 3 แสนถึงล้าน
จากกรณีที่เฟซบุ๊กโพสต์คลิป เหตุการณ์ชายขี่รถจักรยานยนต์ และมีผู้หญิงซ้อนท้าย พยายามด่าทอหยาบคาย แถมถุ้ยน้ำลายใส่รถเบนซ์สีน้ำงิน พร้อมบอกให้รถเบนซ์จอด ทำให้เจ้าของรถเบนซ์ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐาน จากนั้นชายขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันได้จอดติดไฟแดง ก่อนลงมาทุบรถเบนซ์และใช้มือผลักกระจกมองข้างด้านซ้ายจนหัก ก่อนจะถีบซ้ำ พร้อมยังคงด่าทอด้วยความโมโหตลอดเวลาตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
วันที่ 3 ส.ค.2569 น.ส.หมิว (สงวนนามสกุล)อายุ 28 ปี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนนั่งมากับแฟนและเพื่อน ขับมาตามถนนศาลายา-นครชัยศรี เมื่อมาถึงบริเวณก่อนถึง ม.มหิดล มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่อยู่กลางถนนในลักษณะตีคู่กันมาและขี่ส่ายไปมา พร้อมมีการพูดคุยกันระหว่าง 2 คัน ทำให้รถของตนไม่สามารถแซงได้ จึงบีบแตรไป 1 ครั้ง จากนั้นผู้หญิงที่ซ้อนท้ายผู้ชายที่ด่าตามคลิปก็หันมาด่าตนเอง และจากนั้นก็เป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ จนกระทั่งถึงสี่แยกไฟแดงก่อนถึง สภ.พุทธมณฑล คู่กรณีทั้ง 2 คันก็ลงมาด่า ท้าทายให้ออกมา ก่อนจะใช้มือปัดกระจกมองข้าง ก่อนใช้เท้าถีบจนพังเสียหาย สำหรับรถยนต์ของตนเอฃฃฃ คือ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe Special Edition เป็นรุ่นพิเศษที่มี 120 คันในไทย และคันของตนเป็นสีน้ำเงิน ที่มี 18 คันในประเทศไทย
น.ส.หมิว กล่าวว่า หลังเกิดการโต้เถียงที่สี่แยกไฟแดง ก็มีตำรวจเข้ามาเคลียร์และให้ไปเจรจาตกลงกันที่ สภ.พุทธมณฑล เมื่อถึงโรงพักคู่กรณียังคงด่าทั้งตนและตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำตนเสร็จแล้วแยกกับคู่กรณี ส่วนตนไม่ได้แจ้งความมาก่อนเลยไม่รู้ว่าการสอบปากคำนั้นคือการแจ้งความหรือไม่ ทำให้หลังจากที่สอบปากคำเสร็จ ตนกลับบ้านเพราะกังวล เนื่องจากคู่กรณีโวยวายอ้างจะเอาพวกมาหาที่โรงพัก เมื่อกลับถึงบ้าน ได้โพสต์เรื่องราวบนเฟซบุ๊ก เนื่องจากคู่กรณีที่เป็นชายเสื้อดำได้หลบหนี แต่ปรากฏว่าคู่กรณีที่ถ่มน้ำลายใส่ตนได้ทักมาด่าและนัดให้ออกมาเจอกัน ตนเองงมาก เพราะตอนออกจากโรงพัก ตำรวจบอกว่ากักตัวคู่กรณีไว้ 2 วัน แต่ตอนนี้กลับออกมานัดตนเองเคลียร์และหาเรื่อง ซึ่งมารู้ภายหลังว่าการสอบปากคำนั้น ไม่ใช่การแจ้งความ จึงกลับไปแจ้งความดังกล่าว
หลังจากที่ตนโพสต์เฟซบุ๊ก มีคนกลางที่จะเข้ามานัดเคลียร์ให้ แต่คู่กรณีโพสต์เฟซบุ๊กท้าทายชาวเน็ตและนัดให้มาเจอกันที่เพชรเกษม 69 เมื่อไปถึงเพชรเกษม 69 คู่กรณีอ้างว่า ตนไปถีบคู่กรณีที่ร้านอาหารก่อนเกิดเหตุ ยืนยันว่าไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก หรือทำร้ายร่างกายกันมาก่อน จากนั้นคู่กรณีก็ด่าตนและชาวเน็ตที่มาตามนัดในเฟซบุ๊ก จนมีชายคนหนึ่งไม่พอใจ ที่คู่กรณีด่าหยาบคายด่าถึงบุพการี ชาวเน็ตจึงเข้าไปต่อยที่ใบหน้า 1 ครั้ง ซึ่งตนก็ไม่รู้จักชาวเน็ต และไม่ได้ทำร้ายร่างกายคู่กรณีแต่อย่างใด
น.ส.หมิว กล่าวว่าเบื้องต้นตนได้เรียกค่าเสียหายกับทางคู่กรณีเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท คู่กรณีบอกว่า ไม่มี หากอยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องศาลเอา เพราะไม่มีเงิน และจะไม่ขอโทษยกมือไหว้ หรือให้กระเช้า และ คู่กรณีอ้างว่าเรื่องนี้อีก2 วันสังคมก็ลืม ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็แค่ติดคุก แล้วก็ปล่อยออกมาใหม่ เมื่อได้ยินแบบนี้ตนขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด“กร่างได้ แต่เงินต้องถึง ถ้าเงินไม่ถึง ทำลูกห้าวแบบนี้มันก็ ไม่รู้จะเรียกว่ายังไงดี และไม่ควรเอาสถาบันมาอ้างให้เสียชื่อแบบนี้ นี้เงินก็ไม่มี ยังห้าว ส่วนในคลิปวิดีโอที่มีเสียงระบุว่า มีปืนหรือให้ขับรถชนนั้น เป็นเสียงของเพื่อนที่อยู่ในอาการตกใจ จึงถามตนเองว่ามีอะไรป้องกันตัวบ้าง ตนยืนยันว่าไม่มีอาวุธปืน และหากจะทำร้ายก็คงขับรถชนไปแล้ว
น.ส.หมิว เปิดเผยว่า เรื่องของทั้งหมดเกิดจากที่ผู้หญิงคนซ้อนท้ายคู่กรณีหันมาด่า และก็ตั้งใจจะเปิดกระจกไปด่ากลับ เพราะยอมรับว่าก็มีอารมณ์โมโห ทั้งที่ตั้งใจจะบีบแตรเตือน เพื่อให้ขับรถปลอดภัย แต่ผู้ชายคู่กรณีกลับเข้ามาแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใส่ก่อน เรื่องจึงบานปลายแบบนี้ ตนยังไม่ทราบ ราคาค่าซ่อมมรถ คิดว่าน่าจะหลายแสน หรืออาจจะแตะถึงหลักล้าน เพราะว่ารถคันนี้ต้องไปประกอบที่ยุโรปด้วย ก็ยืนยันว่าจะให้ทางคู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายเรื่องของรถให้ถึงที่สุด
ภูมิภาค85








