สตม.จับกุมบอสใหญ่มาเฟียรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หลบหนีซ่อนตัวในจังหวัดภูเก็ต พบอยู่ในไทยเกินกำหนดอนุญาต เตรียมดำเนินคดีและส่งตัวตามคำร้องของสหพันธรัฐรัสเซีย ย้ำไทยไม่ใช่แหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติ
วันที่ 25 ก.ค.69 ที่ บก.สส.สตม พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม.เปิดเผยว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. และ พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญาร้ายแรงและผู้ร้ายข้ามแดน ตามนโยบาย "ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ"
จึงนำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชกฤช รัมจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. เข้าปฏิบัติการตามหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต ก่อนสามารถจับกุม นายวิคเตอร์ สัญชาติรัสเซีย ได้สำเร็จ
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหา อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต และยังเป็น ผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนของศาลอาญา ในข้อหา เป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมที่มีวัตถุประสงค์กระทำความผิดอาญาร้ายแรงหรือความผิดอาญาที่มีโทษร้ายแรงเป็นพิเศษ ตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากสำนักงานอัยการสูงสุด ภายหลังได้รับคำร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศจากทางการสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อขอให้จับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นจากศาล และเข้าปฏิบัติการตรวจค้นจนสามารถจับกุมตัวได้
จากการตรวจสอบในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว จึงแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อดำเนินคดีฐานอยู่เกินกำหนดอนุญาต และดำเนินกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามกฎหมายและสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องต่อไปผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลที่ทางการสหพันธรัฐรัสเซียกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงในลักษณะองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมที่ก่อความเสียหายมูลค่าสูง โดยศาลอาญาของไทยได้ออกหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อรองรับคำร้องของรัฐบาลรัสเซียแล้ว
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหพันธรัฐรัสเซีย ในการติดตามผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมร้ายแรง พร้อมยืนยันจุดยืนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า จะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ และจะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจากทุกประเทศอย่างต่อเนื่อง








