วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการกรณีห้วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 มีวันหยุดราชการต่อเนื่องหลายวัน ได้แก่ วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันพุธที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา และวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม เป็นวันเข้าพรรษา ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และประกอบศาสนกิจเป็นจำนวนมาก โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมความพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวกการจราจร รวมทั้งการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569
พล.ต.อ.สำราญฯ ได้ขานรับนโยบาย โดยสั่งการให้ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) วางแผนบริหารจัดการการจราจรเชิงรุก ครอบคลุมทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรนั้น มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยหลักในการบริหารจัดการการจราจรบนทางหลวงสายหลัก และพิจารณาเปิดช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) ในเส้นทางที่มีความจำเป็น พร้อมประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากเกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน หรือมีปริมาณการจราจรหนาแน่น กำชับให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืนพื้นผิวการจราจรในจุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือซ่อมแซม พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางเลี่ยง จุดก่อสร้าง และสภาพการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และอาสาจราจร ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกบริเวณทางแยกสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน สถานีขนส่ง และจุดที่มีประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมาก พร้อมจัดระเบียบการจอดรถ ดูแลการสัญจร และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุรถเสีย อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉิน โดยประสานรถยกและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายรถทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางการจราจรได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง และให้การเดินทางกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ในด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โดยเน้นการกวดขันวินัยจราจร การตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในพื้นที่เสี่ยง และการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้ขับขี่ขณะเมาสุรา รวมทั้งตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับติดตามสถานการณ์การจราจรและอุบัติเหตุอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และรายงานสถานการณ์เข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่ว่าจะเดินทางในเส้นทางใด จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือตลอดเส้นทาง
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของผู้ขับขี่ก่อนออกเดินทาง ศึกษาเส้นทางและติดตามข้อมูลการจราจรอย่างต่อเนื่อง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ขับรถขณะเมาสุรา ง่วง หรืออ่อนเพลีย ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง พร้อมมีน้ำใจและเคารพกฎจราจร เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน
ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193, สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








