กรมศุลกากรตรวจยึด เอโทมิเดต (Etomidate) วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 น้ำหนักรวมประมาณ 30 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท หลังพบการลักลอบใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อลำเลียงจากประเทศอินเดียไปยัง สปป.ลาว นับเป็นการสกัดเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติครั้งสำคัญ
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า ส่งออก และนำผ่านยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ในทุกช่องทาง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ร่วมกับสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และศูนย์ประมวลข้อมูลการข่าวทางศุลกากร บูรณาการกำลังกับหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยาน (AITF) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ศรภ.) วิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองจนพบพัสดุต้องสงสัย
จากการตรวจสอบสินค้าถ่ายลำ ซึ่งมีต้นทางจากสาธารณรัฐอินเดีย และปลายทางไปยัง สปป.ลาว พบวัตถุคล้ายผลึกสีขาวบรรจุในห่อพลาสติกสีเงิน ซุกซ่อนอยู่ภายในถังพลาสติกสีน้ำเงิน เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ก่อนยืนยันว่าเป็น เอโทมิเดต (Etomidate) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด น้ำหนักรวมประมาณ 30 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท
เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน นำผ่านราชอาณาจักรซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า เอโทมิเดตเป็นยานำสลบที่ใช้ในวงการแพทย์ ออกฤทธิ์เร็วและมีระยะเวลาสั้น เดิมเป็นยาควบคุมพิเศษ ก่อนจะถูกยกระดับเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เมื่อปี 2568 เช่นเดียวกับเคตามีน การตรวจยึดครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสารเสพติด
ทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้มากกว่า 200 คดี ตรวจยึดของกลางรวมกว่า 1 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท








