วันที่ 15 ก.ค.69 เพจเฟชบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความระบุว่า จับตา ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์คดี ม.112 “อานนท์ นำภา” ปราศรัยหอศิลป์ มช.
พรุ่งนี้ (16 ก.ค. 2569) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีของอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษญชนและนักกิจกรรม ที่ถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากกรณีปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือนเอกก๊าบๆ” ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่ม “ประชาคมมอชอ” เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563
คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่าอานนท์มีความผิดตามฟ้อง โดยลงโทษจำคุก 2 ปี และอานนท์ได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อมา สำหรับการอ่านคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์จะดำเนินการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยอานนท์ไม่ได้ถูกนำตัวมาที่จังหวัดเชียงใหม่
สำหรับคดีนี้มี พ.ต.ท.นรากร ปิ่นประยูร เป็นผู้กล่าวหาอานนท์ไว้ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ข้อกล่าวหาระบุถึงคำปราศรัยของอานนท์ในการชุมนุมดังกล่าว เห็นว่าเข้าข่ายตามมาตรา 112
ในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ไปแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำ อานนท์ยืนยันว่าตนปราศรัยตามข้อเท็จจริง และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศ ทั้งได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติม
ต่อมา พนักงานสอบสวนได้สอบสวนพยานเพิ่มเติม เฉพาะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นิธิ เอียวศรีวงศ์, สมชาย ปรีชาศิลปกุล และธนาพล อิ๋วสกุล
วันที่ 9 ม.ค. 2566 เลิศศักดิ์ เลิศสิทธิ์สมบูรณ์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในการสืบพยาน อานนท์ต่อสู้คดีมาตรา 112 การสืบพยานในคดีนี้ อานนท์ถูกนำตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด 3 ครั้ง ในช่วงปี 2567 แต่ละครั้ง อานนท์ระบุว่าถูกนำตัวมาโดยรถตู้ของราชทัณฑ์ ขณะเดินทางจะมีการใส่กุญแจและโซ่ข้อเท้าไว้โดยตลอดด้วย และใช้เวลาการเดินทางตั้งแต่เช้าจนเย็น
ต่อมาวันที่ 27 มี.ค. 2568 ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาว่าอานนท์มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 3 ปี เห็นว่าจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี
จากนั้น ฝ่ายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา โดยโต้แย้งการตีความมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บทบัญญัติ “ล่วงละเมิดมิได้”
ขณะเดียวกัน อานนท์ยืนยันว่าคำปราศรัยที่ถูกฟ้องร้องของตน เป็นการแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายหรือดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
นอกจากนั้นยังโต้แย้งว่าพยานโจทก์ที่ศาลรับฟัง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่จำเลยพูดเป็นเท็จ และพยานผู้เชี่ยวชาญที่โจทก์นำสืบก็ขาดความน่าเชื่อถือหรือมีอคติ และพนักงานสอบสวนยังสอบสวนเฉพาะพยานที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลย จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
คดีนี้จะเป็นคดีมาตรา 112 คดีแรกของอานนท์ ที่จะมีคำพิพากษาในระดับชั้นอุทธรณ์ จากทั้งหมด 14 คดีที่เขาถูกกล่าวหา โดยในจำนวนนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้วจำนวน 11 คดี ทุกคดีอานนท์ต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้เขาถูกศาลชั้นต้นพิพากษาโทษจำคุกรวมกันทุกคดีเป็น 28 ปี 45 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ
อานนท์ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ปัจจุบันเขาถูกขังมาแล้ว 2 ปี 9 เดือนเศษ








