สะเทือนใจ! พี่สาวเล่านาทีไฟนรก "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ทุบกระจกช่วยน้องสุดชีวิต แต่ควันดำกลืนทุกอย่าง
วันที่ 14ก.ค.69 น.ส.อุษา ทัดศรี พี่สาวคนสนิทของ นายสุวิชชา ศิริสลุง และ น.ส.นํ้าทิพย์ ทับสุข ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าคืนเกิดเหตุว่า ตนเองเดินทางมาเที่ยวกับน้อง ๆ และเพื่อนรวม 5 คนในตอนแรกนั่งอยู่บริเวณด้านหลังร้านใกล้กับห้องน้ำ แต่รู้สึกว่าพื้นที่ค่อนข้างแคบอึดอัด จึงย้ายมานั่งบริเวณข้างเวที ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับต้นเพลิง ระหว่างที่นั่งดื่มกินได้กลิ่นคล้ายแก๊สโชยมาอย่างรุนแรง จึงรู้สึกไม่ดีและชวนน้องที่นั่งอยู่ด้วยกันเดินออกจากร้าน
น.ส.อุษา กล่าวอีกว่า เมื่อตนเดินพ้นประตูร้านออกมาได้ไม่ถึง 1 นาทีหันไปเห็นกลุ่มควันโชยขึ้นมาเล็กน้อยบริเวณเวทีดนตรี ด้วยความห่วงเพื่อนที่ยังอยู่ข้างใน จึงให้น้องวิ่งกลับเข้าไปตามเพื่อนให้รีบออกมาไม่นาน น้องกลับออกมามีเปลวไฟพวยพุ่งไล่หลังตามมาอย่างน่ากลัว ตอนนั้นตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่กำลังถูกไฟไหม้ พยายามจะช่วยน้อง ๆ จึงหยิบเก้าอี้แถวนั้นมาทุบกระจกจากด้านนอกร้าน และตะโกนเรียกให้ทุกคนวิ่งมาตามเสียง ตนเห็นคือด้านในมืดสนิท เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบ
น.ส.อุษากล่าวหลังเพลิงสงบลงเล็กน้อย เธอพยายามจะฝ่าเข้าไปตามหาตัวน้อง ๆ ด้านในอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากความร้อนที่รุนแรงและควันไฟที่หนาทึบเกินกว่าจะรับไหว ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้ผู้ที่ติดอยู่ด้านในหนีออกมาไม่ทันดับ 2 ราย บาดเจ็บสาหัสในห้องไอซียูอีก 1 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มของตน ที่มาด้วยกัน 5 คน ต้องสูญเสียสมาชิกไปถึง 2 คน คือ นายสุวิชชา ศิริสลุง และ น.ส.นํ้าทิพย์ ทับสุข ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน น.ส.จีจี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัจจุบันยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
เมื่อถามถึงระบบความปลอดภัยของร้าน น.ส.อุษา กล่าวว่า ร้านนี้ถือเป็นร้านประจำที่มาบ่อย และไม่เคยพบสิ่งผิดปกติมาก่อน ทว่าในคืนเกิดเหตุเธอไม่ได้สังเกตเห็นป้ายทางหนีไฟเลย เห็นเพียงป้ายเดียวที่ระบุว่า เฉพาะพนักงาน ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการปิดล็อกประตูร้านนั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ และในช่วงชุลมุนก็ไม่ทราบว่ามีพนักงานของร้านมาช่วยอพยพคนหรือไม่ เพราะทุกคนต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนกและพยายามเอาชีวิตรอด
ผู้รอดชีวิตกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าว่า หากเลือกได้ไม่อยากให้น้องต้องมาจบชีวิตแบบนี้เลย เพราะน้องยังมีลูกเล็ก ๆ อีก 2 คนที่ต้องดูแล ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงคุณยายเป็นผู้ดูแลหลัก ตนรู้สึกเหมือนสูญเสียน้องสาวแท้ ๆ ไป และคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ ทั้งนี้ ตนได้อยู่กับน้องจนถึงวินาทีสุดท้ายที่พบร่าง และร่วมเดินทางไปส่งที่สถาบันนิติเวช ก่อนจะกลับบ้านเพื่อตั้งสติตลอดชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน หลังจากนี้คงไม่พาน้องมาเที่ยวอีกแล้ว และส่วนตัวก็คงไม่อยากไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ไหนอีก เพราะเราตั้งใจไปหาความสุข แต่กลับต้องสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตไปจี้ผู้ประกอบการเข้มความปลอดภัย วอนเยียวยารถเสียหาย
น.ส.อุษา กล่าวฝากอุทาหรณ์ถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่ง ขอให้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเรื่องถังดับเพลิง ต้องจัดเตรียมให้เพียงพอ ตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและไม่หมดอายุ เรื่องทางหนีไฟ ควรมีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการอพยพคนจำนวนมากเรื่องประตูทางออก ควรใช้ ประตูแบบผลักเปิด ไม่ใช่ประตูเลื่อน เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน สัญชาตญาณของคนจะพุ่งผลักประตูเพื่อเอาชีวิตรอดทันที
นอกจากนี้ ในส่วนของความเสียหาย เธออยากเรียกร้องให้มีการเยียวยาความเสียหายทางทรัพย์สินอย่างรถยนต์ของผู้ประสบภัยด้วย เนื่องจากรถยนต์ของตนเองมีร่องรอยคล้ายถูกของมีคมขีดข่วนเป็นรอยลึกจากเหตุความวุ่นวายดังกล่าว แต่ในส่วนนี้เธอยังพยายามทำใจคิดว่าเป็นคราวเคราะห์และฟาดเคราะห์ไป
#ไฟไหม้โรงเบียร์ณลาดพร้าว #โรงเบียร์ณลาดพร้าว #ไฟไหม้ลาดพร้าว #เพลิงไหม้ #ข่าวด่วน #ผู้รอดชีวิต #หนีตาย #สถานบันเทิง #อุทาหรณ์ #ความปลอดภัย #ทางหนีไฟ #ถังดับเพลิง #เยียวยาผู้ประสบภัย #กรุงเทพ #ข่าววันนี้ #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวสังคม #ข่าวล่าสุด #Fire #BreakingNews #ThailandNews #ลาดพร้าว #จตุจักร #อุบัติเหตุ #เพลิงไหม้ใหญ่ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #สูญเสีย #บทเรียนสังคม #มาตรฐานความปลอดภัย #ข่าวไทย








