วันที่ 4 ก.ค.69 พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่าภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปราม
ขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าว สวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน ๐) เป็นการออกบัตรให้แก่กลุ่ม บุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลการทำงาน หากถือครองบัตรนี้เกิน 5 ปีจะมีสิทธิ
เดินทางโดยอิสระในประเทศไทย และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้ในห้วงที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เปิดปฏิบัติการ
“กวาดล้างทะเบียน G เทา” ทลายขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร พร้อมจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยนำบุคคลต่างด้าวซึ่งไม่ใช่เจ้าของรายการที่แท้จริงมาสวมรายการนักเรียน ซึ่งเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบในพื้นที่จังหวัดเชียงราย








