ป.ป.ส. ร่วมภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership และสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป จัดประชุม TEFP 2026 พร้อมลงนาม MOU 9 หน่วยงาน เดินหน้ายกระดับ EF สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้เด็กและเยาวชนไทย ครอบคลุมสถานศึกษาแล้วกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
วันที่ 5 มิ.ย.69 ที่ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership (TEFP) และสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป จัดประชุม “Thailand EF Partnership - TEFP 2026: เสริมสร้างพลังเครือข่าย EF สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตตั้งแต่ปฐมวัย” เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการดำเนินงานด้านการพัฒนาทักษะสมองเพื่อการบริหารจัดการชีวิต (Executive Functions : EF) ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพเด็กและเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมภายในงานที่สำคัญ คือ พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 9 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้าน EF ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน โดยในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “EF : ทางรอดของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน. โดยมี พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและเป็นประธานสักขีพยานในการลงนาม MOU ในครั้งนี้ โดยได้กล่าวถึง “ความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย บนพื้นฐานความเข้าใจด้านพัฒนาการ ทักษะสมอง และการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยาเสพติด ความรุนแรง และปัญหาสังคมในระยะยาว จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ ครอบครัว สถานศึกษา หมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศรอบตัวเด็กที่สำคัญที่สุด หากประสบความสำเร็จ จะไม่เพียงแต่การป้องกันยาเสพติดได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้กับประเทศต่อไป”
พันตำรวจตรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดด้วยองค์ความรู้ EF ต้องเสริมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการดำเนินงานป้องกันในกลุ่มเป้าหมาย เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน โดยครอบคลุมมิติด้านการศึกษา ด้านครอบครัว ด้านการสาธารณสุข ด้านการพัฒนาสังคม ด้านการปกครองท้องที่และท้องถิ่น ด้านการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต และด้านวิชาการ จัดการความรู้ รวมถึง ความร่วมมือในการสื่อสาร สร้างการรับรู้ การบูรณาการแผนงาน โครงการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ นำไปสู่การวางรากฐานการป้องกันยาเสพติด และการยกระดับคุณภาพชีวิตในกลุ่มเป้าหมายเด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายได้ขับเคลื่อนงานสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดด้วยองค์ความรู้ EF ในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมกว่า 30,000 แห่ง ทั่วประเทศ และได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานเชิงพื้นที่ และขยายผลสู่กว่า 50 อำเภอ ใน 19 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (EF Ecosystem) ที่เชื่อมโยงครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ภาคี Thailand EF Partnership ตั้งเป้าขยายเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยผลักดันองค์ความรู้ด้านการรู้จักตนเอง (Self) ทักษะสมอง EF และพัฒนาการตามวัย ให้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในอนาคต








