ตร.เตือนประชาชน ห้ามผลิต เผยแพร่ แชร์ หรือครอบครองสื่อลามกอนาจาร โดยเฉพาะสื่อลามกเด็ก เข้าข่ายความผิดหลายมาตรา มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี พร้อมปรับเงินจำนวนมาก หากพบเห็นสามารถแจ้งสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ 26 พ.ค.69 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากปัญหาการผลิต การครอบครอง และการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารบนโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้กระทำผิดจำนวนมาก ทั้งการทำเพื่อแสวงหาผลกำไร การแบล็กเมล์ข่มขู่ด้วยคลิปลับ การแอบล้วงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการแชร์ต่อหรือครอบครองสื่อลามกเด็กทั้งด้วยเจตนาหรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน “ห้ามผลิต-แชร์-ครอบครองสื่อลามก” เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษสูง โดยเฉพาะสื่อลามกอนาจารเด็ก ดังนี้
"ทำ ผลิต มีไว้เพื่อการค้า" - ผู้ใดทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออก หรือทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามกอนาจาร เพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือเพื่อการแจกจ่าย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"นำเข้าสื่อลามกสู่ระบบสาธารณะ" - การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (3)
"ครอบครองสื่อลามกเด็ก" - ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก (บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี) เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"ส่งต่อสื่อลามกเด็ก" - ผู้ใดส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กให้แก่ผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/2 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท
"แชร์หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจาร" - ผู้ใดที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้โพสต์คนแรก มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวน บล็อคช่องทางการเผยแพร่ และจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป








