ตำรวจ บก.สอท.4 เข้าจับกุมหญิงวัย 37 ปี ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร หลังพบพฤติกรรมลักลอบขายสลากกินรวบผ่านโซเชียลมีเดีย และปล่อยเงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 300 ต่อปี ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือเป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.การพนันและกฎหมายสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 22 พ.ค.69 ที่ บก.สอท.4 พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 เปิดเผยว่าสืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 ได้รับเบาะแสร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงแพชร ว่ามีหญิงรายหนึ่งมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายสลากกินรวบ (เบอร์เงินสด) บนโซเชียลมีเดีย และยังได้มีการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยคิดดอกเบี้ยโหดอีกด้วย
ต่อมา พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 ได้ร่วมกันนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ร่วมกันนำกำลังพร้อมหมายค้น ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 137/2569 ลงวันที 20 พฤษภาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงแพชร จ.กำแพงเพชร ผลการเข้าตรวจค้น พบตัว น.ส.สกุลทิพย์ หรือ มุ้ย อายุ 37 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือพบข้อมูลของการลักลอบจำหน่ายสลากกินรวบ และยังพบข้อมูลการปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่บุคคลจำนวนมากอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และ “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต”
เบื้องต้น เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้มีการจำหน่ายสลากกินรวบเลขท้าย 2 ตัว โดยยึดผลประกาศรางวัลตามเลขท้าย 2 ตัว ของสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน ตนเองทำมาแล้วเป็นเวลาประมาณกว่า 3 ปี ส่วนเรื่องเงินกู้นอกระบบ ตนเองปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อเดือนหรือคิดเป็นร้อยละ 300 ต่อปี โดยมักปล่อยกู้ให้แก่บุคคลที่ตนเองรู้จัก เพื่อน และคนสนิทคุ้นเคยของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตนคิดว่าเป็นการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนด้านการเงินในพื้นที่ แต่จำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยเกินกำหนดขนาดนี้ เพราะตนเองเคยโดนผู้กู้เชิดเงินมาแล้วหลายครั้ง โดยมีรายได้รวมกันเดือนประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย








