วันที่ 20 พ.ค.ที่บก.สอท.3 พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ใช้แอปพลิชัน ดัง แล้วได้รู้จักกับมิจฉาชีพที่ติดต่อมาในแอปพลิเคชันดังกล่าว เมื่อพูดคุยกันไปซักระยะ มิจฉาชีพได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจการเทรดทองคำดิจิทัลแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม ZFX อ้างชื่อบริษัท ดัง และยังอ้างว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ และจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
เมื่อผู้เสียหายสนใจ มิจฉาชีพจึงได้แนะนำวิธีการลงทุนพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้มิจฉาชีพยังแสดงหลักฐานปลอมว่าเทรดแล้วได้กำไรจากการลงทุน จนถอนเงินออกครั้งละหลายแสนบาท จนสุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินลงทุน ถึงกระทั่งยอมกู้ยืมเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อโอนให้มิจฉาชีพ จำนวน 15 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 2,696,473 บาท
ต่อมา จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดที่ร่วมเครือข่ายดังกล่าวเพื่อดำเนินคดี โดย พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ และ พ.ต.ท.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 ได้ร่วมกันนำทีมชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 จนสามารถขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุรินทร์ได้สำเร็จ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กระทั่งสามารถนำกำลังพร้อมหมายจับเข้าจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้จำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายนันทนพ อายุ 23 ปี จับกุมตัวได้ที่ ด่านตรวจถ้ำปลา สภ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย
2. นางสาวพัตรพิมล อายุ 24 ปี จับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
จึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดนหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้ขายบัญชีธนาคารของตนเองไป จึงควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายพร้อมขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป








