เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) พร้อมคณะทำงาน นำกำลังลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” เพื่อตรวจสอบเครือข่ายต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ มี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยร่วมปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริษัทเป้าหมายรวม 243 บริษัท พบมี 27 แห่งเข้าข่ายต้องสงสัยเป็นนอมินี และพบพฤติการณ์ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ผิดปกติ จึงได้ตรวจยึดโฉนดที่ดินจำนวน 37 แปลง เนื้อที่รวม 51 ไร่ 2 งาน มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย เป็นชาวไทยในข้อหาช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ส่วนอีก 1 รายเป็นชาวต่างชาติอยู่ระหว่างการหลบหนี
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการได้ตรวจพบการจดทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะพะงันรวมทั้งสิ้น 3,754 ราย โดยมีต่างชาติถือหุ้นรวม 2,381 ราย ซึ่งจะเร่งตรวจสอบเชิงลึกในกลุ่มที่เข้าข่ายธุรกิจนอมินี รวมถึงกรณีถือหุ้นแทนคนต่างด้าว การให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจผิดปกติ
ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ได้ประชุมมอบนโยบายและเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ สภ.เกาะพะงัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี
รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบกรณีการก่อสร้างพูลวิลล่าที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลเครือข่ายทั้งหมดตามนโยบายรัฐบาล พร้อมให้ตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องให้รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีโดยตรง








