DSI เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่างชาติ ส่งสำนวนคดีสถานบันเทิงย่าน Pattaya ให้อัยการฟ้อง 9 ผู้ต้องหา ทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลังพบใช้คนไทยอำพรางถือหุ้นและประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย กระทบเศรษฐกิจและความปลอดภัยในพื้นที่
วันที่ 10 เม.ย.69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความมั่นคง ได้นำสำนวนคดีพิเศษที่ 5/2567 พร้อมตัวผู้ต้องหารวม 9 ราย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสัญชาติอินเดียและอุซเบกิสถาน ซึ่งได้ออกหมายจับผู้ต้องหาชาวอินเดียที่หลบหนีไว้ 1 รายด้วย ส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเป็นคนต่างด้าวยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นกรรมการ รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล ตามพระราชบัญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา
โดยคดีนี้มีกลุ่มคนสัญชาติอินเดียลักลอบประกอบธุรกิจสถานบันเทิงหลายแห่งย่านถนนวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาตและใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐและหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยสถานบันเทิงดังกล่าวเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนกันยายน 2564 มาแล้ว จึงไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อเติมหรือก่อสร้างอาคาร แต่เจ้าของกิจการชาวอินเดียยังคงฝ่าฝืนกฎหมาย ปรับปรุง ต่อเติมและก่อสร้างอาคารและเปิดกิจการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ โดยกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีของหน่วยงานปกครองในท้องที่อีกด้วย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะกรณีที่มีลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้นอมินีอำพรางการถือครองธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทยต่อไป







