อาชญากรรม

‘รมว.ยุติธรรม’ เร่งสอบน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร สั่ง DSI สรุปเที่ยงนี้ ก่อนชงคดีพิเศษ 9 เม.ย.

แชร์ข่าว

รมว.ยุติธรรม เข้ากระทรวงวันแรกในรัฐบาลอนุทิน 2 ระบุวันนี้ได้ข้อมูลเรือบรรทุกน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไปแล้ว หลังฮึ่มสั่ง DSI ตรวจสอบ ชัดเจนเที่ยงวันนี้! ก่อนประชุมคณะกรรมการรับคดีกักตุนน้ำมัน เป็นคดีพิเศษ 9 เมษายนนี้ เบื้องต้นพบเป็นเรือของหลายบริษัทรวมกัน ยันพร้อมให้ความเป็นธรรม หากมีหลักฐานนำมาชี้แจงได้ จ่อเข้าตรวจค้นคลังน้ำมันเพิ่มเร็วๆ นี้ หลังพบพิรุธอีก ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อน

วันที่ 7 เม.ย.69 เมื่อเวลา 09.09 น. พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ทั้งบริเวณศาลหน้ากระทรวง และด้านหลังกระทรวง หลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัวเป็นวันแรกในรัฐบาลอนุทิน 2 จากนั้นได้มอบแนวทางการทำงานให้กับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม

โดยพลตำรวจโทรุทธพล บอกว่า วันนี้เข้ากระทรวงในรอบที่ 2 ผู้บริหารได้มาแสดงความยินดีทุกกรม ส่วนนโยบายจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพื่อมอบนโยบาย ซึ่งได้ศึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อมาถ่ายทอดให้ข้าราชการให้กับกระทรวงยุติธรรม

ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่จะทำในรัฐบาลนี้ คือ โครงการในพระราชดำริ และภารกิจที่สำคัญที่เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาล รวมถึงการแก้ไขกฎหมายต่างๆ โดยจะดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลักว่าจะถ่ายทอดอะไรมาที่เกี่ยวข้องกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ยังไม่ได้มอบนโยบายอะไรเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้กระทรวงยุติธรรมจะเดินหน้านโยบาย work form home เพราะมีการเตรียมควางพร้อม วางระบบไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

ส่วนความคืบหน้าคดีการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะความชัดเจนกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรหายไประหว่างทะเลนั้น พลตำรวจโทรุทธพล ระบุว่า ข้อมูลน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลที่เทียบจากเรือ ว่ามีการถ่ายโอนไป โดยจะต้องมีการพิสูจน์ทราบว่ามีการถ่ายโอนไปที่เรือลำไหนอย่างไร และหลังจากที่ตนเองไปมอบนโยบายที่ DSI ก็ให้ DSI รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจน คาดว่าวันนี้ก่อนเที่ยงจะได้ข้อมูลว่า ‘จำนวนเรือทั้งหมดที่มีปริมาณน้ำมันลดน้อย เมื่อถึงปลายทางมีจำนวนทั้งหมดกี่ลำ กี่เที่ยว และเป็นปริมาณเท่าไร’ แต่เบื้องต้นจากการตรวจพบครั้งที่แล้ว พบว่าหายไปทั้งหมด 57 ล้านลิตร จาก 96 เที่ยว

“อธิบดี DSI ก็ทำงานทุกวันไม่ได้หยุด ผมไม่ได้รีบ แต่ผมบอกว่าเที่ยงนี้”

ส่วนน้ำมันจะหายไปที่ส่วนไหนของทะเลนั้น เป็นข้อมูลของทาง ศรชล. หลังจากที่เราได้ส่งข้อมูลรายชื่อเรือไปว่าเป็นเรือลำไหน ทาง ศรชล. ก็ได้ตรวจสอบ และส่งข้อมูลมาแล้ว เพราะ ศรชล. สามารถตรวจสอบการเดินทางของเรือได้ 90 วัน ส่วนเป็นบริษัทสัญชาติไทยหรือเป็นบริษัทเดียวกันหรือไม่ ขอให้รอข้อมูลจากทาง DSI สรุปอีกครั้ง และเท่าที่ตรวจสอบเป็นเรือหลายบริษัทรวมกัน

ส่วนเรือเหล่านี้จะอยู่บริเวณฝั่ง หรือลอยลำอยู่กลางทะเล ก็ขอตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งแล้วแต่ภารกิจของเขา แต่เราจะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นแค่กรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้น ส่วนที่ จ.ชุมพร และ จ.สงขลา ก็จะตรวจสอบไปอย่างต่อเนื่องด้วย ส่วนจะถึง 70 ล้านลิตรหรือไม่ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

พลตำรวจโทรุทธพล ยังบอกอีกว่า ทั้งนี้ก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากจะมีการอ้างว่าจอดเสียหรืออะไรก็ตาม แต่น้ำมันหายไปทีละหลายแสนลิตร ก็คงจะต้องมามีอะไรยืนยันส่วนนี้ได้

ส่วนกรณีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ชี้แจงว่าไม่ได้กักตุนน้ำมัน ซึ่งน้ำมัน 2 ล้านลิตรมีไว้ในสต็อกธุรกิจอยู่แล้ว พลตำรวจโทรุทธพล ย้ำว่า “เราให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ก็คงต้องเอาพยานหลักฐานมายืนยัน และเชื่อว่า DSI จะให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ถ้ามีหลักฐานมายืนยันชัดเจน”

พลตำรวจโทรุทธ ระบุด้วยว่า จากการที่ตนเองได้ไปตรวจสอบโรงกลั่น 6 แห่ง ก็ยังไม่พบข้อพิรุธ เพราะมีความจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากโรงกลั่นอยู่แล้ว เพราะเขาไม่สามารถกักเก็บได้ และน้ำมันที่ตรวจพบว่าหายไป 57 ล้านลิตร คือ กรณีของ จ.สุราษฎร์ธานีที่เดียว และหลังจากนี้จะมีปฏิบัติการตรวจค้นในจุดอื่นๆ ตามมาอีก เพราะหากพบว่าจุดไหนที่มีความผิดปกติที่มีลักษณะการกักตุนก็จะเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากมีพยานหลักฐานมายืนยันก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน

ส่วนกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคใต้นั้น จะมีความเชื่อมโยงกับทางการเมืองหรือไม่ พลตำรวจโทรุทธพล อธิบายว่า ภาคอื่นๆก็มีการจับกุมไปแล้ว ทั้ง จ.อ่างทอง อ.แม่สอด จ.นครสวรรค์ และระบบการขนส่งโดยท่อไปภาคเหนือ ซึ่งที่กำลังพูดกัน 57 ล้านลิตรเป็นแค่ส่วนเดียว ซึ่งเร็วๆ นี้ก็จะมีปฏิบัติการเพิ่มเติมแน่นอน หากพบพิรุธก็เข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทนั้นๆ จะกระทำความผิดหรือไม่ จะต้องเข้าไปตรวจสอบก่อน

พลตำรวจโทรุทธพล บอกด้วยว่า ”ในวันที่ 9 เมษายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณารับคดีการกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ โดยผ่านคณะกรรมการคณะพิเศษ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่จะรวบรวมทุกคดีมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด ส่วนความผิด จะเป็นฐานความผิดตาม พ.ร.บ.สินค้า และบริการ เพราะพฤติกรรมแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ก็คงจะมี พ.ร.บ.อื่นที่เข้าประกอบการดำเนินการเอาผิดด้วย“

ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน เพราะข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน จึงต้องขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน