อาชญากรรม

ผบช.ไซเบอร์ ร่วม กสทช. บุกค้นโกดังลาดกระบัง ยึดโดรนเถื่อนหลายพันลำ หวั่นกระทบภัยมั่นคง

แชร์ข่าว

ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับ กสทช. ตรวจค้นโกดังลาดกระบัง ยึดโดรนเถื่อนกว่า 2,000 ลำ เตรียมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคมและ พ.ร.บ.ศุลกากร หวั่นกระทบความมั่นคงประเทศ

วันที่​ 27 มี.ค.69​​ ที่​บช.สอท. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. เปิดเผยว่าได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ตำรวจไซเบอร์สืบสวนและเฝ้าระวังภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งจากสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศในพื้นที่ตะวันออกกลาง และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทั่ง พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าวทั้งออนไลน์และออนกราวด์ จนพบข้อมูลว่าได้มีกลุ่มผู้ค้าลักลอบนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน จำนวนมากจากต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดียอย่างผิดกฎหมาย

พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนจนพบหลักฐานว่าโดรนที่ได้ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศมานั้น ถูกนำมาเก็บไว้ภายในโกดังแห่งหนึ่งใน เขตลาดกระบัง กทม. ก่อนจะถูกนำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งจากพยานหลักฐานที่สืบสวนได้นั้น เชื่อว่าเป็นการกระทำในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การครอบครองเพื่อใช้ส่วนบุคคลทั่วไป

อีกทั้งจากการสืบสวนยังพบข้อมูลอีกว่า ได้มีกลุ่มนอมินีทั้งชาวไทยและคนต่างด้าวรวมกว่า 10 ราย ได้ลงทะเบียนเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังกว่า 10 ร้าน เพื่อใช้จำหน่ายโดรนผิดกฎหมายดังกล่าวโดยมีผู้รับผลประโยชน์เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งหากโดรนดังกล่าวถูกแพร่กระจายออกไป อาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้ประสานข้อมูลร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ภาค 1 และรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นโกดังดังกล่าวได้สำเร็จ

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4, พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 และ พ.ต.อ.เรืองกฤษณ์ ศิริมาจันทร์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวเเละเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 รวมกว่า 30 นาย สนธิกำลังร่วมกับ นายวีรพนธ์ ศรีนวล ผอ.สำนักงาน กสทช. ภาค 1 รักษาการแทนผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ภาค 1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กสทช. ภาค 1 ร่วมกันนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นโกดังเก็บสินค้า จำนวน 2 แห่ง ภายในซอยพระเทพรัตโมรี 6 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม.

ผลการตรวจค้น พบอากาศยานไร้คนขับ UAV หรือ โดรน ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. รวม 2,083 ลำ,อุปกรณ์กล้องวงจรปิด จำนวน 169 ตัว, อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 27 ตัว และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำและดำเนินคดี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6 “ห้ามมิให้ผู้ใดทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” มีโทษตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

นอกจากนี้ ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 246 “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 (ของที่ลักลอบหนีศุลกากร)” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ “หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 243 (หลีกเลี่ยงอากร)” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ และ “หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244” (หลีกเลี่ยงข้อห้ามนำเข้า) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ