ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ บมจ.อัครา รีซอร์สเซ จ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านพิจิตร–เพชรบูรณ์เกือบ 400 คนจากผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกาย จากการทำเหมืองแร่ เกิดสารปนเปื้อนลงในน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่ห้องพิจารณา คดี 310 ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2 /2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย เรื่องละเมิด ขอค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส มานาน 20 ปี โดยวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของจำเลย (บมจ.อัครา รีซอร์สเซส) ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง โดยการพัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ที่ถูกกักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่น ๆ เช่นสารหนู, แมงกานีส, เหล็ก เป็นต้น ได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของโจทก์และสมาชิกกลุ่มที่อาศัยบริเวณโดยรอบลำคลองและอ่างเก็บน้ำ
โจทก์และสมาชิกกลุ่มนำน้ำจากลำคลองมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จะส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ตลอดจนการบริโภคข้าวและอาหารจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารไซยาไนด์ สารหนู และแมงกานีสเจือปนเป็นเหตุให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และจิตใจ
โจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม เป็นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยมีสารพิษในร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านจิตใจ ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พบโลหะหนักอยู่ในตามลำคลอง และทำให้ประชาชนมีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ และได้รับผลกระทบจากการเสียงในการทำเหมืองแร่ของจำเลย จึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย
พิพากษาให้จำเลยชดใช้ ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยสำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมาให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปีรายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมาแต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท
ค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลายให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท
นอกจากนี้กำหนดให้จำเลยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะโดยรอบให้ปราศจากสารปนเปื้อน ให้รับผิดชอบทั้งหมดในการบำบัดดินและน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำให้ปราศจากการปนเปื้อนกลบหลุมเหมืองเก็บกักกากแร่ที่ 1 กลบดินทั้งหมด โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนคำขออื่นให้ยก
อาชญากรรม
ศาลแพ่งสั่ง “เหมืองทองอัครา” เยียวยาชาวบ้าน 382 ราย กระทบทั้งสุขภาพและจิตใจ
แชร์ข่าว







