ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
พิษยาเสพติดเปลี่ยนคนเป็นปีศาจ ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศในครอบครัวเป็นประเด็นที่รุนแรงและซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และความปลอดภัยของเหยื่ออย่างมหาศาล.. การเสพและครอบครองมีโทษตามกฎหมาย และหากมีพฤติกรรมคุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดหรือดำเนินคดีและการล่วงละเมิดทางเพศ: เป็นความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้ โดยเฉพาะกระทำต่อผู้สืบสันดาน (ลูก) ซึ่งจะมีโทษหนักกว่ากรณีปกติตามประมวลกฎหมายอาญาประกอบกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมีอำนาจในการแยกเด็กออกมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยเพื่อไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์หรือญาติที่ไว้วางใจได้.. เด็กที่ถูกกระทำจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเยียวยาบาดแผลทางใจ (PTSD) และป้องกันผลกระทบในระยะยาว
ล่าสุด ศอ.ปส.บช.น. บุกรวบพ่อทาสยาเสพติดล่วงละเมิดลูกสาวนานแรมปี ชุดปฏิบัติการศูนย์ยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) บุกรวบตัวนายชาย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี หลังตกเป็นทาสยาเสพติด ก่อเหตุทางเพศต่อบุคคลในครอบครัวต่อเนื่องนานนับปี ก่อนหนีกบดานข้ามจังหวัดแต่ไม่พ้นเงื้อมมือ ชุดยาเสพติด"บิ๊กจ๋อ" โดย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 "บิ๊กหยามฎพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้" บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น." บิ๊กซ่า"พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิฐบรรณกร ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุม นายชาย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน" จับกุมได้ที่แคมป์ก่อสร้างใกล้พระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 เวลาประมาณ 14.30 น.
" บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากการสืบสวนพบพฤติกรรมสุดสะเทือนใจ ยาเสพติดสารพิษล้างสมอง เปลี่ยน "พ่อ" เป็น "อาชญากร" ชนวนเหตุครั้งนี้ต้นเหตุมาจาก "ยาเสพติด" ที่ผู้ต้องหาเสพติดอย่างหนักจนทำลายสมองส่วนจริยธรรมและการยับยั้งชั่งใจ หลังการเสพยา เปลี่ยนบทบาทจากผู้ปกครองกลายเป็นปีศาจ ลงมือล่วงละเมิดบุตรสาวแท้ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไร้ซึ่งสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์ ทันทีที่ชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. ทราบ จึงสั่งการสารวัตรแจ๊ะเร่งแกะรอยโดยเร็วเนื่องจากผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดผวาเพราะผู้ต้องหาตามรังควานและปล่อยภาพคุกคามในโลกโซเชียล จากนั้นชุดสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้หนีไปกบดานในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จึงติดตามไปจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน"
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองเสพยาบ้าและยาไอซ์ จนทำให้เกิดอารมณ์ก่อเหตุไม่รู้ตัว จากนั้นชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน. ชนะสงครามดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
" บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวฝากเตือน สังคมต้องตื่นตัว ช่วยเป็นหูเป็นตา อย่าช่วยกันปิดบัง คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า “อันตรายอาจซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด” โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีปัจจัยเสี่ยงในการใช้สารเสพติด ควรสังเกตุบุตรหลานหากมีพฤติกรรมหวาดกลัวผิดปกติ เก็บตัวผิดสังเกต ซึมเศร้า หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือร่างกายอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณเตือนภัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพราะการรับรู้เร็ว คือโอกาสในการหยุดยั้งเหตุร้าย หากพบเบาะแสความรุนแรงในครอบครัว * สายด่วน พม.: 1300 สายด่วนแจ้งเหตุยาเสพติด : 1386 แจ้งเหตุด่วน: 191








