ตม.ร่วมสืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งจีนเทาเครือข่ายปอยเปต คดีฉ้อโกงออนไลน์ ยึดเงินสดกว่า 5.5 ล้านบาท พร้อมขยายผลเครือข่าย
วันที่ 20 มี.ค.69 ที่ สตม.ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. โดย พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ สน.ห้วยขวาง เข้าร่วมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญในพื้นที่ย่านรัชดา-ห้วยขวาง เพื่อจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ข้ามชาติที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
จากข้อมูลทางสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาคือ MR.JIAN อายุ 37 ปี สัญชาติจีน บุคคลต่างด้าวตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา หลบหนีมากบดานในคอนโดหรู ย่านถนนเทียมร่วมมิตร แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. เพื่ออำพรางตัวจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ชุดปฎิบัติการชุดสืบสวน กก.1.บก.สส. สตม., สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้เข้าตรวจสอบบริเวณชั้น 20 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง พบตัวและจับกุม MR.JIAN ถือว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ที่คอยตระเวนกดเงินสดในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี กทม.
โดยนายยา (นามสมมุติ) (ถือบัตรคนไร้สัญชาติ) แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ เพื่อข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัว โดยนายยาได้แต่งเครื่องแบบคล้ายตำรวจวีดีโอคอล คล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ข่มขู่ให้โอนเงิน ตามที่เคยเป็นข่าว (นายร้อยปอยเปต) โอนเงินมายัง บัญชีเป้าหมายเป็นบัญชีม้า( อยู่ระหว่างติดตามจับกุม ) และ MR.JIAN จะเป็นผู้ตระเวนกดเงิน ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผล ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ชุดจับกุมได้ตรวจยึดเงินสด 5,520,700 บาท โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โฉนดที่ดิน 4 ฉบับ เครื่องนับแบงค์เงินสด 1 เครื่อง รถยนต์เก๋ง 2 คัน สมุดบัญชีธนาคาร และทรัพย์สินอื่น ๆ จับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ” ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในท้องที่เกิดเหตุต่อไป
ทั้งนี้ เตรียมขยายผลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลที่ตรวจพบภายในห้องพัก เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์รายอื่นที่อาจกบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมุ่งเน้นการทลายโครงสร้างขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติให้สิ้นซาก เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในอนาคต








