วันที่ 17 มี.ค.69 ที่ บก.สอท.2 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณวัตต์ ผบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ตะครุบบัญชีม้าคาห้างดังเมืองทอง กำลังเตรียมโยกเงินล้าน อายัดทันนำคืนผู้เสียหาย สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดขับเคลื่อนโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำให้ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายบัญชีม้า เพื่ออายัดยอดเงินที่ถูกหลอกลวงแล้วติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ทันเวลา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ได้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโทรมาหาแล้วแจ้งว่าตนเองได้ไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ แต่เบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวกลับถูกนำไปใช้กระทำผิดกฎหมายและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จากนั้นได้ข่มขู่ให้โอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายจึงเกิดความกลัวแล้วหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 9 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 จึงได้จัดตั้ง War Room และประสานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังบัญชีต้องสงสัยเพื่อที่ได้ระงับธุรกรรมได้ทัน. วันเดียวกันกับที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนพบข้อมูลการเคลื่อนไหวของเครือข่ายบัญชีม้าที่ต้องสงสัย พ.ต.ท.วรศักดิ์ รอดสัมฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.สอท.2 และ พ.ต.ต.ชากริช หมื่นโยชน์ สว.กก.1. บก.สอท.2 จึงได้นำทีมชุดสืบสวนลงพื้นที่เฝ้าสังเกตุการณ์และตรวจสอบตามที่พบข้อมูล ณ บริเวณร้านกาแฟ ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบ น.ส.ศิริกันญา อายุ 40 ปี กำลังนั่งอยู่ภายในร้านกาแฟซึ่งได้รับโอนเงินและกำลังจะโอนเงินต่อไปยังอีกบัญชี จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่ามียอดเงินถูกโอนเข้ามายังบัญชีธนาคารของ น.ส.ศิริกันญา จำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่มาจากการฝากเงินผ่านเคาเตอร์ธนาคารโดยผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวพร้อมทั้งประสานธนาคารอายัดยอดเงินจำนวนดังกล่าว และได้ตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารต่าง จำนวน 6 เล่ม
เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยอมให้บุคคลอื่น ใช้หรือยืมใช้ เลขหมายโทรศัพท์ สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป วันนี้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ“MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน
พล.ต.ท.สุรพล. กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์
ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว








