อาชญากรรม

สตม. จับแก๊งจีนแฮ็กข้อมูลบัตรเครดิต ยึดทรัพย์ 25 รายการกว่า 10 ล้าน

แชร์ข่าว

สตม. ร่วม ปปง. ทลายแก๊งชาวจีนหลอกขโมยข้อมูลบัตรเครดิตผ่าน Phishing ก่อนนำไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ศาลสั่งจำคุก พร้อมยึดอายัดทรัพย์สิน 25 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท รวมเงินดิจิทัล 264,179 USDT

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.69 ที่ สตม.พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม.เปิดเผยว่าภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขา ปปง. ,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., นายปวิช พันวิไล ผอ.กองคดี 1 ปปง., ว่าที่ พ.ต.ท.โกเมน วรรณบวร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมกับชมรมป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ทำการสืบสวนกรณีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิต (Phishing) ของผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ จากนั้นนำข้อมูลบัตรเครดิตไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยใช้บ้านแห่งหนึ่งบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ เขตบางชัน ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติค้นต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งต่อมาศาลอนุมัติหมายค้นที่ ค.418/2568ให้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นสามารถขยายผลไปยังตัวการที่กระทำความผิดและบ้านที่ใช้กระทำความผิดได้เพิ่มเติม คือ MR.YUPENG (สงวนนามสกุล) สัญชาติจีน พร้อมพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับข้อมูลบัตรเครดิต, โทรศัพท์มือถือที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากว่า 70 เครื่อง, ทองคำ 21 บาท, เงินสกุลดิจิทัล 264,179 USDT, รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าได้ใช้หรือได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้รายงานการจับกุมความผิดมูลฐานให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว

ภายหลังศาลอาญามีนบุรีพิพากษาผู้ต้องหา ตามคดีแดงที่ อ.766/2569 ลงวันที่ 19 ก.พ.69 ลงโทษจำคุก 2 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 25 รายการ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่ง ย.18/2569 ลง 11 ก.พ.69 ที่ทำการตรวจยึดไว้ โดยในวันที่ 12 มี.ค.69 สตม. ได้ส่งมอบทรัพย์สินรวม 25 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากผู้ต้องหาในรูปแบบ Software Wallet แบบไม่ยืนยันตัวตน (non-Custodial wallet) จนสามารถนำส่งให้กับ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายได้สำเร็จอีกด้วย