วันที่ 12มี.ค.69 ที่ บก.สอท.3 พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3ม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มดังกล่าว ต่อมาพบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บุตรชาย นายพล” ได้โพสต์ประกาศขายอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อเพื่อล่อซื้ออาวุธปืนสั้น โดยตกลงราคากันที่ 12,000 บาท และได้นัดหมายส่งมอบสินค้ากัน
ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 มี.ค.69 พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธเนตร กาละกุล สว.กก.2 บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโดของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.4 โดยวางกำลังโดยรอบจุดนัดหมาย บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ขับขี่เข้ามาเพื่อส่งมอบอาวุธปืนตามที่ได้นัดหมายกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่สายลับได้ส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มตัวอยู่จึงได้เข้าสกัดและแสดงตัวเข้าปิดล้อมเพื่อตรวจค้น สามารถควบคุมตัวชายไว้ได้ 2 ราย ในขณะเดียวกัน ได้มีชายอีก 1 ราย พยายามวิ่งหนี และโยนอาวุธปืนของกลางทิ้งไว้หลังพุ่มไม้ใกล้ร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่กวด จนถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด พร้อมของกลางเป็น อาวุธปืนสั้นดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด
จากการตรวจค้นสามารถจับกุมชาย จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ นายธวัชชัย อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับรถนำอาวุธปืนมาส่งให้เจ้าหน้าที่สายลับที่ปลอมตัว โดยมี นายธนภัทร อายุ 41 ปี และ นายอภิสิทธิ์ อายุ 26 ปี นั่งมาในรถด้วย เพื่อคอยทำหน้าที่ดูต้นทางและเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ขณะส่งมอบอาวุธปืน
จากการสอบถาม เบื้องต้น นายธวัชชัย รับสารภาพว่า ตนเองได้สั่งซื้ออาวุธปืนมาจากเว็บไซต์ออนไลน์ ในราคา 6,700 บาท จากนั้นนำมาขายต่อให้ลูกค้าผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าวข้างต้น ซึ่งทำมานานเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยมี นายธนภัทร และ นายอภิสิทธิ์ คอยช่วยทำหน้าที่เฝ้าระวังดูต้นทาง และคอยส่งสัญญาณเตือนแก่ตนเอง เผื่อมีเจ้าหน้าที่พยายามเข้าจับกุมในระหว่างซื้อขายอาวุธปืน
จากการซักถามข้อมูลและสืบสวนขยายผล ทำให้พบหลักฐานว่า นายธวัชชัย ยังมีอาวุธปืนอีกหลายชนิดที่เคยโพสต์โฆษณาลงในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงคุมตัว นายธวัชชัยฯ ไปตรวจค้นห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นห้องพักของนายธวัชชัยเอง
ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนเพิ่มเติมอีกหลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก, อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นดัดแปลงไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบหักลำ ขนาด 12 เกท จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนยาว ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมกว่า 150 นัด จึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา “ร่วมกันพยายามจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต”, “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของอาวุธปืนดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป








