อาชญากรรม

ล่าหนุ่มแดนมังกร​หนีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนก่อคดีโซกโชน หลบอาศัยหมู่บ้านหรูกลางกรุง

แชร์ข่าว

ล่าหนุ่มแดนมังกร​หนีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนก่อคดีโซกโชน หลบอาศัยหมู่บ้านหรูกลางกรุง

                

               

วันที่ ​12 มี.ค.69​ ที่​ บก.สตม.พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. เปิดเผยว่า  ตามนโยบายพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กำหนดเพิ่มความเข้มข้นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีหมายจับผู้กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หมายจับที่มีคนต่างด้าวกระทำความผิด ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำชับเร่งรัดขับเคลื่อน การบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้การขับเคลื่อนบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ  ตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.กรณี ออกสืบสวนติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน นั้น ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมด้วยชุดสืบสวนที่ 1 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ออกทำการติดตาม สืบสวน จับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน    ได้จับกุมตัว  นายโฮ่ว (นามสมมุติ) สัญชาติจีน อายุ 33 ปี ถือหนังสือเดินทางจีน ถือหนังสือเดินทางวานูอาตู   โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” ตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 2 ก.พ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์สินของรัฐหรือสาธารณะในจำนวนมากหรือลักทรัพย์หลายครั้ง ลักทรัพย์โดยบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ลักทรัพย์ด้วยพกพาอาวุธ หรือลักทรัพย์โดยวิธีการฉ้อฉล ซึ่งอัยการสูงสุดได้ขออนุมัติอกหมายจับ

  

 พฤติการณ์แห่งคดีในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายโฮ่ว สัญชาติจีน และมีสัญชาติวานูอาตู ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หลบหนีหมายจับดังกล่าว มาพักอาศัยกับภรรยาคนไทย ในหมู่บ้านโกลเด้น นีโอ 2 ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 42 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อไปถึงพบ บุคคลต่างด้าวมีลักษณะคล้ายบุคคลตามหมายจับ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวพร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง จึงได้แสดงหมายจับของศาลอาญา โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” จากการสอบถาม นายโฮ่ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้ หรือมอบตัวในคดีนี้มาก่อน จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับให้ทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับกุมทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      

 ทั้งนี้ สตม.เร่งรัดการขับเคลื่อน ประสานงานกับตำรวจสากล และองค์กรต่าง ๆ เช่น Interpol Europol และ ASEANAPOL เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล อันจะช่วยเสริมศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายของ ผบ.ตร.อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง​ สำหรับมาตรการภายในองค์กร นายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการทางวินัยอย่างเข้มงวดต่อข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพื่อสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน

ภูมิภาค85

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว