กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณี “เอกชัย หงส์กังวาน” ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม ขอออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พบป่วยฝีในตับและต่อมลูกหมากโต แพทย์นัดตรวจ 11 มี.ค. ยืนยันยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมดูแลรักษาตามสิทธิผู้ต้องขัง
จากกรณีที่ปรากฏข่าวว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้าย ต่อเสรีภาพของพระราชินี มีอาการป่วยหนักในเรือนจำ ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 ที่กรมราชทัณฑ์ ด้วยกรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้กองบริการทางการแพทย์เข้าตรวจสอบการเจ็บป่วยของนายเอกชัย หงส์กังวาน โดยเจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายเอกชัยฯ พบว่า มีอาการของโรคฝีในตับและภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งโรคฝีในตับนายเอกชัยฯ ได้เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ต่อมาเมื่อได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษ นายเอกชัยฯ ไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่ประสงค์เข้าตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ของนายเอกชัยฯ ดังนั้น จึงไม่มีประวัติการรักษาต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์จึงได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งสังเกตอาการฝีในตับ และอาการต่อมลูกหมากโต ปัจจุบันนายเอกชัยฯ มีเพียงอาการจุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา สามารถ ใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำได้ตามปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สำหรับภาวะต่อมลูกหมากโต เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมได้จ่ายยาที่แพทย์สั่งไว้ตามแผนการรักษา โดยแพทย์ได้นัดเข้ารับการตรวจในวันที่ 11 มีนาคม 2569 หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยาแล้ว แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมและกองบริการทางการแพทย์ ได้ทำความเข้าใจกับนายเอกชัยฯ เรียบร้อยแล้ว โดยจะประสานกับทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัยฯ ป่วยหนัก เป็นความห่วงใยของเพื่อนนายเอกชัยฯ ซึ่งเป็นพยาบาลได้เข้าเยี่ย และแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อเข้าตรวจรักษา
กรมราชทัณฑ์ ได้ให้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานตามสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับไม่ได้ละเลยโดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พ้นภาวะการระบาดของโรคฝีดาษวานรแล้ว และได้ให้ผู้ต้องขังดำเนินชีวิตตามปกติ พร้อมให้บริการเยี่ยมญาติผู้ต้องขังแล้ว จึงแจ้ง ทราบโดยทั่วกัน








