ตำรวจสืบสวน บก.น.6 ร่วมหน่วยข่าวกรองทหาร ทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม จับผู้ต้องหา 3 ราย ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ไอซ์ 665 กก. และคีตามีน 750 กก. พร้อมรถยนต์และของกลางหลายรายการ เตรียมขยายผลเครือข่ายค้ายา
วันที่ 7 มี.ค.69 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 พร้อมหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมกันขยายผลกลุ่มลูกค้าที่เคยถูกจับก่อนหน้า และลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติดก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในพบแหล่งพักคอยยาเสพติดรายสำคัญ ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม จึงได้วางแผนร่วมกันจับนายพร (นามสมมติ) อายุ 39 ปี, นายโญ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี และนายชัย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2569 เวลาประมาณ 18.30 น. บริเวณหน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ ต่อเนื่องภายในบ้านไม่ทราบเลขที่ ถ.บางเลน - ปทุมธานี ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในความผิดฐาน “ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
พร้อมของกลางวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) น้ำหนักรวม 665 กิโลกรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมจำนวนยาบ้า 1 ล้านเม็ด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 ฒท 9xxx กรุงเทพมหานคร และ รถยนต์ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กบ 8xxx นครปฐม
จากการสอบถามเบื้องต้น ทำหน้าที่เฝ้าบ้านพักซึ่งใช้เก็บยาเสพติด และรอคำสั่งจากผู้สั่งการให้นำยาเสพติดออกไปส่งให้แก่ลูกค้า ตามคำสั่งของผู้สั่งการว่าจ้าง โดยถุงกระสอบขาวที่เพิ่งซื้อมานั้น จะนำมาแบ่งบรรจุยาเสพติดให้กับลูกค้าในแต่ละราย แล้วจะนำไปวางไว้ตามจุดให้กับลูกค้าโดยจะได้รับค่าจ้างในการเฝ้าและขนลำเลียงยาเสพติด เป็นเงินจำนวน 70,000 บาท ต่อครั้งต่อคน ทำมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง เงินที่ได้มานำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน







