"บิ๊กนพ" คลี่ปม “โจรหมวกฟาง” โยงคดีเก่า “โจรสวมวิก” ปี 62 ผล DNA ชี้คนเดียวกัน ปิดแฟ้มค้างคา 7 ปี หลัง “บิ๊กนพ” เคยทำคดีสมัยยศ พ.ต.อ.
จากกรณีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า ย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา กวาดทองคำหนักประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสดราว 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ โดยผู้ต้องหา คือ นายจะลอ หรือ “ทิว” อายุ 29 ปี ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
วันที่ 26 ก.พ.69 ที่ บช.น.พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. พร้อมพล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ร่วมกับ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนง พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยว่า นายจะลอ หรือ “ทิว” เป็นคนร้ายรายเดียวกับคดีชิงทรัพย์ร้านทองในปี 2562 หรือไม่ หลังพบว่ารูปพรรณสัณฐาน ตำหนิ และพฤติการณ์การก่อเหตุมีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างมาก
ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการเปรียบเทียบ DNA ยืนยันชัดเจนว่า ผู้ต้องหารายนี้คือบุคคลเดียวกันกับคนร้ายคดีชิงทองในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562 สำหรับคดีเมื่อปี 2562 ขณะนั้นตนยังดำรงตำแหน่งรอง ผบก.สส.บช.น. ในยศ พ.ต.อ. และเป็นหนึ่งในทีมคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่าง DNA จากบริเวณมือจับด้านซ้ายของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้เป็นพาหนะหลบหนีหลังเกิดเหตุ กระทั่งล่าสุดเมื่อนำ DNA ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับของนายจะลอ หรือ “ทิว” พบว่าตรงกันอย่างชัดเจน
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า การยืนยันผลครั้งนี้ นับเป็นการปิดฉากคดีค้างคาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 7 ปี และเชื่อมโยง “โจรหมวกฟาง” กับ “โจรสวมวิก” ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมผลการตรวจพิสูจน์เสนอพนักงานอัยการ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีปี 2562 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







