ตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.3 ล่อซื้อจับหนุ่มวัย 25 ปี ลักลอบขายปืนผ่านโซเชียล ก่อนขยายผลรวบช่างซ่อมพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 4 กระบอก กระสุนและอุปกรณ์จำนวนมาก ในพื้นที่ อ.หนองหิน จ.เลย ผู้ต้องหารับสารภาพ เร่งสอบสวนขยายผลเครือข่าย
วันที่ 18 ก.พ.69 บก.สอท.3 พ.ต.ต.อัครเดช ทนุกิจ สว.กก.2 บก.สอท.3 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวในกลุ่มดังกล่าว ต่อมาได้มีบัญชีเฟซบุ๊กไม่ระบุตัวตนเข้ามาคอมเมนต์ขายอาวุธปืนสั้น ขนาด .38 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อเพื่อล่อซื้ออาวุธปืนดังกล่าว โดยตกลงราคาซื้อขายกันในราคา 18,000 บาท และได้นัดส่งมอบสินค้ากัน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา พ.ต.ต.อัคเดช นำกำลังตำรวจไซเบอร์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหิน และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมวางกำลังซุ่มดูตามจุดต่างๆ โดยรอบจุดนัดหมาย บริเวณริมถนนสายหนองหิน-เอาราวัณ ใกล้ร้านซ่อมแห่งหนึ่ง เขตบ้านไร่ศรีอุบล ม.3 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลยเมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ นายไพรวัลย์ หรือเกล้า อายุ 25 ปี เดินสะพายเป้สีดำออกมาจากร้านซ่อมดังกล่าว ซึ่งเป็นบุคคลตรงกันกับข้อมูลการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางเป็น อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อยู่ในกระเป๋าเป้สีดำที่สวมสะพายอยู่
จากการสอบถาม นายไพรวัลย์ ให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนที่ตรวจยึดดังกล่าวเป็นของช่างพงษ์ ซึ่งใช้ให้ตนเองนำออกมาขายให้ โดยตนเองได้ติดต่อขายให้ลูกค้าผ่านโซเชียลใน ราคา 18,000 บาท แล้วจะนำเงินไปให้ช่างพงษ์ จำนวน 14,000 บาท แต่ปรากฏว่าลูกค้าที่ติดต่อซื้อปืนดังกล่าวคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัว โดยช่างพงษ์ แจ้งตนมาว่า หากลูกค้าที่มาดูสินค้าถูกใจ ให้เข้าไปดูที่บ้านเพิ่มเติมได้ เนื่องจากพอจะมีอีกหลายกระบอกประกอบกับช่างพงษ์ กำลังอยู่ภายในร้านซ่อมดังกล่าว และเชื่อว่ายังมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครองอีกหลายกระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านซ่อมดังกล่าว พบนายศิริพงษ์ หรือช่างพงษ์ อายุ 57 ปี อยู่ที่ห้องพักหลังร้านซ่อมดังกล่าว จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นพบของกลางเป็น
1.โครงอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 อัน
2.แมกกาซีนเปล่า (แบบประดิษฐ์ใช้เอง) จำนวน 5 อัน
3.ยางสไลด์อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 1 อัน
4.ประกับด้ามปืนแบบไม้ จำนวน 5 อัน
5.ด้ามปืนยาง จำนวน 1 อัน
6.กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 9 นัด
7.กระสุนปืน ขนาด .22 แมกนั่ม จำนวน 3 นัด
8.กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด
โดยทั้งหมดถูกเก็บอยู่ในถังพลาสติกที่วางอยู่ข้างตัวของนายศิริพงษ์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบ อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน จำนวน 9 นัดบรรจุในแมกกาซีน จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน ขนาด .380 พร้อมกระสุน จำนวน 5 นัด บรรจุในแมกกาซีน และ อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน ไม่ทราบขนาด พร้อมแมกกาซีน จำนวน 1 อัน อยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องพักหลังร้านซ่อมที่เกิดเหตุ การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ รวมแล้วสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนผิดกฎหมายได้ทั้งหมด จำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาดต่าง จำนวน 13 นัด และอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ต่างๆ หลายรายการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” และแจ้งนายไพรวัลย์เพิ่มในข้อหา “พาไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ผู้ต้องหาทั้ง 2 รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป








