วันที่ 14 ก.พ.2569 กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ด้วยกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พบผู้ต้องขัง 1 ราย มีอาการป่วย และได้ส่งตัวไปรับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และระหว่างเตรียมการผ่าตัดพบว่า ผู้ป่วยดังกล่าวมีตุ่มน้ำใส ที่บริเวณเท้า และมีอาการไข้สูงร่วมด้วย จึงมีความสงสัยซึ่งอาการดังกล่าวเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง จึงได้ดำเนินการส่งตรวจเพาะเชื้อพบว่า ผู้ต้องขังอาจติดเชื้อฝีดาษลิง
เรือนจำพิเศษธนบุรี ได้รับตัวผู้ต้องขังดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ต่อมามีอาการไข้สูง และมีภาวะเนื้อตายที่บริเวณเท้า จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์และระหว่างเตรียมการผ่าตัดที่เท้าพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง (Monkeypox: Mpox) จึงได้ส่งหน่วยควบคุมการติดเชื้อ และดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูง และนำแนวทางการควบคุมโรคด้วยหลักการ Bubble and Seal มาใช้ในเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว เช่น การกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่ การซักประวัติและสังเกตอาการของโรคฝีดาษลิง การมีไข้ร่วมกับเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต และ มีตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตุ่มตกสะเก็ดตามความรุนแรงของโรคหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังรายใดมีความสัมพันธ์กับโรคฝีดาษลิง
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษธนบุรี กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ได้เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
กรมราชทัณฑ์ เร่งกำชับให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง เฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
หากพบผู้ต้องขังสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษลิง ให้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และรายงานการตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้กรมราชทัณฑ์ทราบทุกรายในทันที อนึ่ง เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งยังไม่พบผู้ต้องขังป่วย ด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด







