วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ ปปง.นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนผู้เสียหายนับสิบคน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับเลขา ปปง และคณะอนุกรรมการธุรกรรมที่มีอำนาจได้อาศัยอำนาจตามกฏหมายฟ้องเงินที่มีดำเนินการสั่งอายัดทรัพย์นำสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษให้ศาลสั่งให้ทรัพย์ 10,000 ล้านตกเป็นของแผ่นดินและนำมาเยียวยาผู้เสียหาย หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่หลอกลวงเงินตั้งแต่ปี 2565 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า
นายยศวินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายปี 2564 มีผู้เสียหายถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยอดความเสียหายที่รวบรวมได้กว่า 90 ล้านบาท มีผู้เสียหาย 166 คน ได้มีการรวมตัวกันเพื่อยื่นเรื่องให้ บช.สอท. เป็นผู้ทำคดี เพราะก่อนหน้านี้ทาง สอท. ไม่รับทำคดีให้ โดยอ้างคำสั่ง ตร.ที่ 287 และคำสั่ง ตร.ที่ 77 ต่อมาสามารถรวบรวมผู้เสียหายได้เกินจำนวนที่ทางคำสั่ง ตร.ระบุไว้ และมียอดความเสียหายเกินจำนวน และได้เคยมาร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีคอลเซ็นเตอร์แบบบูรณาการ เมื่อ 25 มี.ค. 2565
ต่อมาชุด PCT 5เข้าจับกุมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งจากแผนประทุษกรรม และชื่อคนร้ายที่อ้างอิงเหมือนกับคดีของผู้เสียหายในกลุ่มมากกว่า 50 คน แต่ทาง ตร.ก็นิ่งเฉยไม่ได้ตอบกลับและไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความคืบหน้าทางคดี ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้กับผู้เสียหาย คดียังคงค้างอยู่ที่ สภ./สน. ซึ่งมีขีดความสามารถจำกัดในคดีที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน ไม่มีการประสานงานกันและไม่มีศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลซึ่งบางคดีได้มีการอายัดเงินในบัญชีไว้ได้แต่ก็ไม่ได้ประสาน ปปง. เพื่อติดตามเส้นทางการเงินอย่างจริงจัง
นายยศวินทร์ กล่าวอีกว่าตอนนี้ทราบว่าได้มีการอายัดทรัพย์สินของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้ได้หลายรายการเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งในกลุ่มของผู้เสียหายคดีได้กระจายอยู่ตามแต่ละพื้นที่ จึงอยากขอให้ผบ.ตร. ได้ตั้ง สอท. หรือ PCT เพื่อประสาน ขอนำคดีของผู้เสียหายทั้งหมดเข้ามารวมเป็นคดีเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการขยายผลและความเชื่อมโยงทางการเงินของบัญชีม้า ซึ่งบัญชีม้าเหล่านี้อาจจะมีความเกี่ยวพันโยงใยกับแก๊งตู้ห่าว และขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาร่วมทำคดี เพื่อนำทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้เฉลี่ยคืนเยียวยาให้กับผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อน
นายยศวินทร์ กล่าวอีกว่าเลขา ปปง.รับเรื่องไว้และนัดอีกครั้งวันที่ 11 ก.พ.69 เพื่อให้เลขา ปปง และคณะอนุกรรมการธุรกรรมที่มีอำนาจได้อาศัยอำนาจตามกฏหมายฟ้องเงินที่มีดำเนินการสั่งอายัดทรัพย์นำสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษให้ศาลสั่งให้ทรัพย์ 10,000 ล้านตกเป็นของแผ่นดินและนำมาเยียงยาผู้เสียหายต่อไป โดยอย่าไปเกรงกลัว เกรงใจผู้มีอำนาจเงินทำขบวนการพิจารณาให้บิดเบียวไปและสั่งถอดอายัดทรัพย์ ย 300 เพราะหลักฐานในคดีนี้เยอะและชัดเจนมาก ถ้า คณะกรรมการท่านใดกระทำการไม่ถูกต้องและไม่ซื่อสัตย์ พวกเราประชาชน จะแฉพฤติกรรมนั้นๆให้โลกรู้ มันจะได้รู้กันไปเลยว่า ประเทศไทย เงินเทามันจะซื้อความยุติธรรมได้ทุกทีก็ให้มันรู้ไป
นายอัศวิน อุษาวัฒนากุล เป็นผู้เสียหายคดีhybrid scam กล่าวว่าวันนี้ตนเดินทางและโทรไปหา"รองโก้" ที่ บก.สอท.1 พต.ท.เกริยกไกร บอกปัดให้ไปพบ จนท.ตอท. เมื่อไปถึงทาง จนท.ตอท.แจ้งว่าเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน ตอท.ทำให้ไม่ได้ไม่มีเครื่องมือ เดือนตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 ส่งหนังสือไปตอท.วันนี้ไปตามหนังสือทาง ตอท.จนท.แจ้งว่าส่งให้ สอท.1 ดำเนินการ แต่ตำรวจสอท.แจ้งว่าคดีผมสิ้นสุดแล้ว ผมคือหนึ่งในผู้เสียหายที่ติดตามเรื่องมาตลอดและอยากได้เงินที่เสียหายไปคืนมาเลี้ยงครอบครัว จึงเดินทางมาที่บขสท 1 เพื่อขอหนังสือเส้นเงินเพื่อนำไปขอเฉลี่ยทรัพย์กับ ปปง. ตนไม่มีที่พึ่งอื่นใด นอกจากข้อความเห็นใจ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเรียกร้องขอความยุติธรรมคืนให้กับตนบ้าง








