วันที่ 31 ม.ค.69 ที่ บก.สอท.5พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.4 บก.สอท.5 เปิดเผยว่าสืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 ได้ตรวจสอบพบบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีพฤติกรรมชอบโพสต์ภาพอาวุธปืนลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นประจำ จึงได้สืบสวนเพิ่มเติม พบข้อมูลว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเคยโพสต์ขายอาวุธปืนในกลุ่มเฟซบุ๊กด้วย และยังพบข้อมูลความเชื่อมโยงกับพ่อค้าอาวุธปืนรายอื่นที่ตำรวจไซเบอร์เคยจับกุมไปก่อนหน้านี้ จึงได้เฝ้าติดตามและรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมา กระทั่งสามารถขออำนาจศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ
โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 จึง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.บัญชา ทองใบใหญ่ รอง ผกก.4 บก.สอท.5 พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าตรวจค้นร้านอลูมิเนียมและกระจกแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.14 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พบนายเอ (นามสมมติ) นั่งอยู่หน้าบ้าน เมื่อเจ้าตัวได้เห็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหมายค้น จึงได้ชิงเปิดปากสารภาพว่าตนเองมีปืนผิดกฎหมายอยู่ในบ้านจำนวน 3 กระบอก โดยเก็บไว้ในห้องนอนและห้องครัว
ต่อมา นายเอได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดซุกซ่อนอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันตรวจค้น พบของกลาง 1. อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 11 ม.ม. เครื่องหมายทะเบียนปืนที่ด้ามจับมีร่องรอยถูกตะไบลบออก จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 2 ซอง
2. อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 9 ม.ม. จำนวน 1 ซอง
3. อาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ขนาด .22 นิ้ว ไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก
4. กระสุนปืนขนาด 11 ม.ม. จำนวน 30 นัด
5. กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 40 นัด
6. กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 20 นัด
รวมตรวจยึดอาวุธปืนได้ จำนวน 3 กระบอก กระสุนชนิดต่างๆ รวม 110 นัด
จากการสอบถาม เจ้าตัวอ้างว่าปืนของกลางทั้งหมดมีคนเอามาจำนำไว้ แต่จากการสืบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด เนื่องจากนายเอ เคยมีประวัติถูกจับกุมคดีลักลอบขายกระสุนอาวุธปืนสงคราม จำนวนกว่า 15,000 นัด ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี หลังได้รับการปล่อยตัวก็ได้กลับมาเปิดร้านอลูมิเนียมและกระจกอยู่ที่บ้าน แต่ยังคงใช้สื่อโซเชียลโพสต์หาซื้อ เสนอขาย รวมถึงโพสต์อวดอาวุธปืนลงบนหน้าฟีดและสตอรี่ในเฟซบุ๊กตนเองเป็นประจำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมและรวบรวมพยานหลักฐานมานานเกือบหนึ่งปีแล้ว ก่อนตัดสินใจเข้าตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป







