อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) รักษาอันดับเครดิต “A-/Stable” ต่อเนื่องจากทริสเรทติ้ง ตอกย้ำความแข็งแกร่งธุรกิจน้ำใน EEC พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “A-” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) จากทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการเป็นผู้บริหารจัดการและจัดหาน้ำดิบรายสำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในอนาคต
ทริสเรทติ้งระบุว่า อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) มีจุดแข็งจากเครือข่ายท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ระยะทางกว่า 553 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ มีแหล่งน้ำต้นทุนที่หลากหลาย ระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ส่งผลให้รักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ได้อย่างต่อเนื่อง
นายสมบัติ อยู่สามารถ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) กล่าวว่า การได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “A-” พร้อมแนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้งในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจของอีสท์ วอเตอร์ ทั้งในด้านความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารฐานะทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
“อีสท์ วอเตอร์ มีความพร้อมในการรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งล้วนเป็นภาคธุรกิจที่ต้องการใช้น้ำอย่างมีเสถียรภาพและมีคุณภาพสูง ขณะเดียวกันอีสท์ วอเตอร์ ยังคงมุ่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทยในระยะยาว” นายสมบัติกล่าว
ทริสเรทติ้งยังประเมินว่า ความต้องการใช้น้ำมีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 จากสภาพอากาศที่มีแนวโน้มแห้งแล้งมากขึ้น รวมถึงผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้น้ำจากผู้ให้บริการภายนอกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การขยายตัวของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Data Center และ Semiconductor จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ EEC โดยทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของอีสท์ วอเตอร์ จะอยู่ในช่วง 3,600–4,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569–2571
ด้านธุรกิจน้ำประปาของกลุ่มบริษัทมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง จากสัมปทานในพื้นที่หลักของจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเงื่อนไขปริมาณรับซื้อน้ำขั้นต่ำ รองรับรายได้ในระยะยาว ขณะที่ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมยังมีศักยภาพเติบโตเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและการขยายตัวของภาคการผลิตในพื้นที่ EEC
ทริสเรทติ้งยังคาดว่า อีสท์ วอเตอร์ จะสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ประมาณ 50% ในช่วงปี 2569–2571 จากประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการใช้ประโยชน์จากระบบท่อส่งน้ำสายหลักที่ลงทุนแล้วเสร็จ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการจัดหาน้ำจากภายนอก และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
การได้รับการคงอันดับเครดิตที่ระดับ “A-/Stable” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางธุรกิจและสถานะทางการเงินของอีสท์ วอเตอร์ ในฐานะผู้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC และการขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต








