“เรนนี่ คอปเปอเรชั่น” ส่งทีมทนายยื่นหนังสือถึงดีเอสไอ ยืนยันประกอบธุรกิจ Payment Gateway ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขบวนการ Forex เถื่อน วอนพิจารณาปลดอายัด 31 บัญชีธนาคาร หวั่นกระทบลูกค้าและทำธุรกิจหยุดชะงัก พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่
วันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทีมทนายความตัวแทนจาก บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขานุการกรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร้องขอให้พิจารณาปลดอายัดบัญชีธนาคารของลูกค้าบริษัทฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบ และลดความเสียหายทางธุรกิจ พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจในการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าตรวจค้นบริษัทและบุคคลหลายราย หลังตรวจพบกระแสเงินหมุนเวียนผิดปกติในระบบที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ Forex ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกหลอกลงทุนผ่านโบรกเกอร์และกลุ่มผู้แนะนำการลงทุน (IB) โดยขยายผลพบความเชื่อมโยงกับบริษัทผู้ให้บริการชำระเงิน (Payment Gateway) จำนวน 2 แห่ง ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงินที่ผิดปกติ
ทางบริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในนิติบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการดังกล่าว ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท (เลขทะเบียนนิติบุคคล: 0105560186715) ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ (Payment Gateway) โดยได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 และดำเนินกิจการตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 รวมถึงชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างถูกต้องมาโดยตลอด
“บริษัทฯ ยืนยันว่า ในฐานะผู้ให้บริการรับชำระเงินแทน มีลูกค้าที่เป็นห้างร้านและบริษัทต่าง ๆ เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาในการรับและจ่ายเงินตามความประสงค์ของลูกค้าเท่านั้น และยื่นคำขาดว่าไม่มีส่วนรู้เห็น หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจที่เป็นเหตุให้มีการโอนเงินเข้ามาจากผู้มารับบริการแต่อย่างใด”
จากผลปฏิบัติการของ DSI ที่ได้ทำการอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องจำนวน 31 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีสำหรับโบรกเกอร์ที่ให้ลูกค้าโอนเงินเข้ามาซื้อขาย ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจนธุรกิจต้องหยุดชะงักและเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าเงินทั้งหมดในบัญชีดังกล่าวเป็นเงินของลูกค้า และไม่มีการนำเงินออกจากระบบแต่อย่างใด
การยื่นหนังสือในวันนี้ จึงเป็นการเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาปลดอายัดบัญชี เพื่อให้กลไกทางธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ และไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าผู้บริสุทธิ์ที่เข้ามาใช้บริการ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประกาศพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบและให้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ต่อรูปคดี ยินดีให้ตรวจสอบเจาะลึกเฉพาะในส่วนของเงินที่เป็นของผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกหลอกลวง เพื่อพิสูจน์ความจริงและหวังว่า DSI จะพิจารณาถอนการอายัดบัญชีอย่างเร่งด่วนต่อไป








