บอร์ดติดตามและประเมินผลระบบ ววน. เร่งหาแนวทางประเมินผลการขับเคลื่อน ววน. เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและงานมุ่งเป้า พร้อมลงพื้นที่ดูงานการยกระดับคุณค่ากล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้าปทุมธานีตลอดห่วงโซ่ของนักวิจัย มทร.ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. มุ่งแปรรูปกล้วยตกเกรดเพื่อเพิ่มรายได้ ลดขยะ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์รังสิต (เมืองเอก) โดยมีวาระสำคัญ คือ การสรุปแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ แนวทางการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทั้งโครงการที่ทำอยู่แล้ว เช่น ธุรกิจฐานนวัตกรรม เซมิคอนดักเตอร์ การรับมือภัยพิบัติ บัญชีนวัตกรรมไทย การขจัดความยากจน และโครงการที่ยังไม่ได้ทำ โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบการประเมินตามที่นำเสนอและขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการติดตามและประเมินผลกลไก กระบวนการ และผลลัพธ์ของแผนงานมุ่งเป้า โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ นำความเห็นจากที่ประชุมไปดำเนินการทันที และนำเสนอความก้าวหน้าเป็นวาระประจำทุกเดือน
ภายหลังการประชุม ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) นำคณะกรรมการฯ เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า “กล้วยปทุมธานี” ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามาถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย บพท. ณ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพ วัดไก่เตี้ย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งงานวิจัยได้ช่วยยกระดับขีดความสามาถของเกษตรกรมืออาชีพ จัดการบริหารความเสี่ยงผลผลิตด้วยระบบพัฒนาการผลิตกล้วย ช่วยตัดสินใจคำนวณต้นทุนและวางแผนการปลูกกล้วยมาตรฐาน GAP อีกทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตตกเกรดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานการผลิต ตลอดจนสร้างโอกาสผู้ประกบการรายใหม่และโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของตลาด
“จังหวัดปทุมธานีมีกล้วยหอมทองมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้ารวม 21,142 ไร่ มีผลผลิต 80,867 ตัน/ปี มูลค่า 1,669.75 ล้านบาท แต่มีกล้วยตกเกรดร้อยละ 20-30 บางช่วงผลผลิตล้นตลาด และมีขยะหลังการเก็บเกี่ยวกว่า 3 หมื่นตัน/ปี บพท.จึงสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรียกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการบนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดปทุมธานีตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพัฒนากลไกการแบ่งปันรายได้อย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดขยะ และสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนกล้วยตกเกรดและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์” ดร.กิตติกล่าว
ทั้งนี้ นักวิจัยได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยพัฒนาแป้งกล้วยเชิงหน้าที่ เช่น แป้งทดแทนแป้งสาลี ไขมันทดแทน และครีมเทียมข้น ใช้เทคโนโลยีแช่แข็งแปรรูปกล้วยสุก เช่น กล้วยหนึบ แยม ไอศกรีม และสารให้ความหวานผง รวมทั้งกล้วยกรอบคาราเมลธัญพืช และเส้นใยสิ่งทอสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่รักษ์โลกและแบรนด์มูลค่าสูง นอกจากนี้ยังนำระบบสารสนเทศและมาตรฐาน GAP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการต้นทุน และขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 29 ราย ช่วยสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-75 รายได้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่นกลุ่มกล้วยกรอบมีรายได้เพิ่มร้อยละ 68.83 ด้วยยอดขายกว่า 1.6 แสนบาทภายใน 15 เดือน นอกจากนี้ยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม








