ประเทศไทยกำลังเผชิญโอกาสครั้งสำคัญจากกระแสการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์จากทั่วโลกเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งไม่เพียงสร้างเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ยังนำมาซึ่งความต้องการบุคลากรทักษะสูงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทั้งนี้ ภายในงานเสวนาเชิงเทคนิค THPCA Conference: Engineering Solutions Through Failure Analysis ซึ่งจัดโดยสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association: THPCA) ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยได้ร่วมสะท้อนภาพอนาคตของประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นว่า “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกได้หรือไม่
นายเสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) และประธาน บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต PCB ชั้นนำระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วมากกว่า 50 บริษัท ส่งผลให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์สำคัญของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลก โดย มูลค่าการผลิตและส่งออก PCB ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2569 คาดการณ์อยู่ที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตั้งเป้าสู่ระดับ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3-4 ปีข้างหน้า
“ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นฐานการผลิตทั่วไป ไปสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับ AIระบบสื่อสารความเร็วสูง ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางจำนวนมาก” นายเสวกกล่าว
จากการประเมินของภาคอุตสาหกรรม ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะมีความต้องการบุคลากรรวมกว่า 180,000 คน โดยเฉพาะวิศวกร ช่างเทคนิค และหัวหน้างานระดับทักษะสูงมากกว่า 45,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงโอกาสการจ้างงานครั้งใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM)
ด้านนายพัลลภ ตั้งบวรพิเชฐ ผู้อำนวยการวิศวกรรม บริษัท แซนมินา-ไซ ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมาก แต่คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก จำเป็นต้องอาศัยศาสตร์ด้าน Failure Analysis หรือการวิเคราะห์ความเสียหายเชิงลึก เพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาและป้องกันความเสียหายก่อนส่งมอบถึงผู้ใช้งาน
“อุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องการคนที่มองเห็นปัญหาก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง เพราะคุณภาพและความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่ลูกค้าทั่วโลกให้ความสำคัญมากที่สุด” นายพัลลภกล่าว
ขณะที่ บริษัท ซิเลซติกา (ประเทศไทย) จำกัด สะท้อนภาพการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดย นายอะนัก ชอบธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมการทดสอบ นางสาวณัฐพร พันธุ์รังสี ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมกระบวนการผลิต และนายพิทักษ์ ขายมณี วิศวกรอาวุโสระดับหัวหน้า ฝ่ายวิศวกรรมกระบวนการผลิต (ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ความเสียหาย) ระบุว่า ระบบ AI สมัยใหม่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การออกแบบ การทดสอบ และการวิเคราะห์ปัญหามีความซับซ้อนมากกว่าที่เคย
การพัฒนา Data Center และ AI Infrastructure ในปัจจุบันไม่เพียงต้องอาศัยความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังต้องเข้าใจเรื่องการจัดการความร้อน การประหยัดพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานโลก
ด้านนางสาวยุวดี แก้วสาทร ผู้จัดการฝ่าย Failure Analysis and Reliability Test บริษัท ยูแทคไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการผลิตและประกอบชิปสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมดิจิทัล
“ทุกวันนี้ชิปหนึ่งตัวอาจต้องทำงานต่อเนื่องนานหลายสิบปี โดยเฉพาะในรถยนต์และระบบความปลอดภัย การวิเคราะห์ความเสียหายจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหา แต่เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมในระยะยาว” นางสาวยุวดีกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมได้ทันเวลา จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ สร้างงานคุณภาพสูง และดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามแนวโน้มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งอนาคต งานแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ จะเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และสถาบันการศึกษาจากทั่วโลก โดยภายในงานมีหัวข้อสัมมนาเชิงลึกมากกว่า 50 หัวข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ PCB, PCBA, EMS, Semiconductor, AI Infrastructure, Data Center, Advanced Packaging, EV Electronics, Photonics, Smart Manufacturing ไปจนถึงการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้แล้ววันนี้ที่ https://thecaregistrations.com/Registration/ChooseTypeRegis.aspx?codeInv=THECA2








