“ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง” นำทีม มกธ. คว้าความสำเร็จระดับสากล ผลงานวิจัย “ผู้นำเสริมพลัง” ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร SCOPUS Q3 ปี 2026 ตอกย้ำภาพลักษณ์ “ทีมคนทำงาน” ตัวจริงที่มีศักยภาพ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในแวดวงวิชาการระดับนานาชาติ เมื่อผลงานวิจัยของผู้บริหารและคณะอาจารย์ ซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Kasetsart Journal of Social Sciences (KJSS) ซึ่งเป็นวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล SCOPUS ควอไทล์ที่ 3 (Q3) ประจำปี 2026 ที่มีดัชนีผลกระทบการอ้างอิงสูง (H-Index = 34) ผลงานวิจัยดังกล่าวมีชื่อว่า การพัฒนารูปแบบการวัดความเป็นผู้นำแบบเสริมพลังสำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยในมณฑลเหลียวหนิง (Developing measurement model of empowering leadership for administrators at public normal universities in Liaoning province)
ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับองค์ประกอบและตัวชี้วัดที่สำคัญของ ความเป็นผู้นำแบบเสริมพลัง (Empowering Leadership) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนองค์กรและการบริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโมเดลสมการโครงสร้างที่แม่นยำการเติบโตและการได้รับการยอมรับในเวทีวิชาการระดับสากลครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเท่านั้น
แต่ยังเป็นการฉายภาพความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของ ศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง และคณะทำงาน ในฐานะนักบริหาร นักการศึกษา และหนึ่งในขุนพลทีมงานคนสำคัญที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบนี้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การที่ผลงานวิจัยด้านการพัฒนา "รูปแบบความเป็นผู้นำ" ของ ศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง และทีมงาน ได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูล SCOPUS Q3 ยิ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพ ขีดความสามารถ และการทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้และการวิจัยที่จับต้องได้
ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติเด่นของ “ทีมคนทำงาน” ยุคใหม่ ที่พร้อมนำเอาทักษะการบริหารจัดการ วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ และองค์ความรู้ระดับสากลมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างมีระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน
สำหรับการก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งในรอบนี้ การันตีได้ว่าผู้ลงคะแนนเสียงจะได้เห็นมิติใหม่ของการทำงานจากผู้บริหารที่มีดีกรีวิชาการระดับประเทศและสากล พร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้วยพลังแห่งความรู้และความเชี่ยวชาญต่อไป.








