พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข รับมอบเงินจากนายชวิศ ยงเห็นเจริญ เพื่อโรงเรียนพระดาบส
ในยุคที่สังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “การเรียนรู้เพื่อสร้างอาชีพ” ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่ต้องการทั้งโอกาสในการเรียนรู้ ทักษะวิชาชีพ และเส้นทางสู่การมีงานทำที่สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
“โรงเรียนพระดาบส” เป็นหนึ่งในต้นแบบของสถานศึกษาที่มุ่ง “สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างอนาคต” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส ผ่านการเรียนสายวิชาชีพที่เน้นฝึกปฏิบัติจริง ควบคู่การปลูกฝังคุณธรรม วินัย และการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพและมีอนาคตที่มั่นคงได้อย่างแท้จริง
นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังหลายพื้นที่ เพื่อรองรับเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการเรียนสายอาชีพที่มีคุณภาพและนำไปประกอบอาชีพได้จริง ประกอบด้วย โรงเรียนพระดาบส และโรงเรียนลูกพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่พิเศษ
ชวิศ ยงเห็นเจริญ เยี่ยมชมโรงเรียนพระดาบส โดยมีนายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร พาเยี่ยมชม
ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5 เพื่อโครงการให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส
เพื่อร่วมส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างวิชาชีพให้แก่เยาวชนไทย บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้ แบรนด์ “POP” เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเยาวชนคุณภาพจากรากฐานที่มั่นคง บริษัทฯได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้อาชีพของนักเรียนโรงเรียนพระดาบส ด้วยการสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5” เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆที่ด้อยโอกาส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยเมื่อๆ นี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนการศึกษาเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้รับมอบ และ นางสาวอักษรา พฤติสุนากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส ฝ่ายบริหารงานบุคคลและงานธุรการ ร่วมด้วย ณ สำนักงานองคมนตรี
และในโอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส และนายวิทูล สายแก้ว หัวหน้าหลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ พาเยี่ยมชมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพของศิษย์พระดาบส ณ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
โครงสร้างหลักสูตร 1 ปี เน้น “ลงมือจริง”
นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เปิดเผยว่า หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส ไม่ใช่เพียงการ "สอนให้ทำงาน" แต่คือการ "สร้างคนให้มีคุณภาพ" เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแต่งกาย อาหารและที่พักอาศัย รับสมัครนักเรียนอายุ 18 - 35 ปี หลักสูตร (1 ปี) ถูกออกแบบมาให้มุ่งเน้นการฝึกทักษะช่างพื้นฐานที่หลากหลาย โดย 4 เดือนแรกเป็นเรียนพื้นฐานเตรียมช่าง เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติก่อนที่จะเลือกเรียน และฝึกวิชาชีพเฉพาะทาง (5 เดือน) ในสาขาที่ตนเองชอบและถนัด (หลักสูตรช่างไฟฟ้า, หลักสูตรช่างยนต์, หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกส์, หลักสูตรการเกษตรพอเพียง,หลักสูตรช่างซ่อมบำรุง, หลักสูตรช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร, หลักสูตรช่างเชื่อม, หลักสูตรช่างก่อสร้าง และหลักสูตรเคหบริบาล) หลังจากนั้นนักเรียนจะได้ออกไป ฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ (2 เดือน) และทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ฝีมือแรงงาน ก่อนจบการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพ (1 เดือน)
เสียงจริงจาก “ศิษย์พระดาบส” รุ่น 49
เยาวชนหลายคนต่างมองว่า “โรงเรียนพระดาบส” คือโอกาสสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตภายในเวลาเพียง 1 ปี ให้มีวิชาชีพติดตัวและสามารถต่อยอดอนาคตได้จริง โดย นายบุญทวี ปอสี (ยอเซฟ) อายุ 18 ปี จากจังหวัดชลบุรี เล่าว่า เดิมจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และตั้งใจเรียนกศน. เพื่อให้จบ ม.3 ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี แต่เมื่อทราบว่าโรงเรียนพระดาบสสามารถเรียนวิชาชีพควบคู่ กศน. จบใน 1 ปี จึงตัดสินใจสมัครเรียนช่างยนต์ เพราะอยากมีอาชีพติดตัว ชอบการเรียนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมย้ำว่าโรงเรียนแห่งนี้คือ “โอกาสที่หาได้ยาก”
ด้านนายพันดิเชอ อายุ 22 ปี จังหวัดตาก ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์และอาศัยอยู่บนดอย เล่าว่า เรียนจบ ม.6 แต่ครอบครัวไม่มีทุนส่งเรียนต่อระดับปริญญาตรี จึงเลือกมาเรียนสายอาชีพที่นี้ อยากมีอาชีพติดตัวและช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ตั้งใจจะนำความรู้ไปต่อยอดเรียนระดับปริญญาตรีในอนาคต ขณะที่ นายประพันธ์ ธิวงศา ( คิว) วัย 26 ปี จากจังหวัดตาก กล่าวว่า หลังจบ ป.6 เคยทำงานหลายอย่างแต่ไม่มีความมั่นคง การได้มาเรียนที่นี่ถือว่า “คุ้มค่ามาก” ทั้งได้ความรู้ ได้วิชาชีพติดตัว และยังสามารถเรียน กศน. ควบคู่จบได้ในเวลาที่เร็วขึ้น
ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แล้ว 48 รุ่น ระหว่างปีการศึกษา 2542-2568 จำนวน 2,942 คน สำหรับในปีการศึกษา 2569 เป็นรุ่นที่ 49 มีนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 107 คน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนพระดาบสได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง ผ่านการสร้างคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการสานต่อภารกิจแห่งการสร้างอาชีพและสร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจร่วมสนับสนุนด้านการศึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิพระดาบส โทร. 02-282-7000 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ มูลนิธิพระดาบส www.phradabos.or.th facebook : โรงเรียนพระดาบส สมุทรปราการ








