ท่ามกลางกระแสความต้องการกำลังคนทักษะสูงด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่เร่งตัวขึ้นทั่วโลก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และบริษัท LIG Defense & Aerospace Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากร วิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ประเทศไทยอย่างเป็นระบบ
พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องประชุมใหญ่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ดร.ฮยอน ซู ลี ประธานบริษัท LIG Defense & Aerospace โดยมีนายบุญศักดิ์ เกียรติจรูญเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คัมเวลล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน
สจล. ในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ มุ่งนำพาความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผสานกับระบบนิเวศวิศวกรรมและนวัตกรรมของไทย ความร่วมมือกับ LIG Defense & Aerospace ซึ่งเป็นบริษัทด้านป้องกันประเทศชั้นนำของเกาหลีใต้ เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในสาขาระบบสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร และวิศวกรรมโทรคมนาคม
ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมดำเนินโครงการฝึกอบรมเฉพาะทาง งานวิจัยและพัฒนา รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อโครงการสำคัญอย่างเรือฟริเกตลำดับที่ 2 ของกองทัพเรือไทย อันเป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่ต้องการวิศวกรและองค์ความรู้ขั้นสูงในประเทศเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสองฝ่ายต่างเน้นย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้มีนัยสำคัญที่ลึกกว่าการลงนามในเอกสาร รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า "เราไม่ได้แค่ลงนามเอกสาร เราวางรากฐานของอุตสาหกรรมและกำลังคนที่ประเทศไทยต้องการในอีก 10-20 ปีข้างหน้า"
ด้าน ดร.ฮยอน ซู ลี ประธาน LIG Defense & Aerospace กล่าวเสริมว่า "เกาหลีใต้เติบโตมาจากการลงทุนในคนและเทคโนโลยี เราพร้อมแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับพันธมิตรไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนจากภายใน"
ความร่วมมือระหว่าง สจล. และ LIG Defense & Aerospace ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของไทยในการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีด้วยตัวเอง แทนที่จะพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว และยืนยันบทบาทของ สจล. ในฐานะสถาบันที่เชื่อมโยงโลกวิชาการกับความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ของชาติได้อย่างแท้จริง








