บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ โชว์ผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกวาดรายได้รวม 274.2 ล้านบาท พร้อมทำกำไรสุทธิ 25.4 ล้านบาท เติบโตถึง 7.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 3.4 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของบริษัทฯ สามารถยกระดับสู่การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ได้อย่างเต็มรูปแบบอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ดำเนินงานมา
นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INNOPOWER เปิดเผยว่า “การเติบโตของกำไรที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 7.5 เท่าในปีที่ผ่านมา เกิดจากสองปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ปัจจัยแรกคือ นวัตกรรมและโซลูชันของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการลดคาร์บอนของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าลูกค้าจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนแบบเต็มรูปแบบ เราก็มีบริการที่พร้อมรองรับในทุกเฟส (Phase) ส่วนปัจจัยที่สองคือ การบริหารจัดการด้านการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย ผลประกอบการที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมงาน และความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้าและพันธมิตรทุกราย”
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 4 ปี INNOPOWER ได้เดินหน้าพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมจนเกิดเป็นโซลูชันเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 14 ธุรกิจ โดยสามารถขยายผลและมีโอกาสได้เข้าไปสนับสนุนผู้ถือหุ้น รวม 6 ธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar), บริการติดตั้ง EV Charger แบบครบวงจร, บริการ EV Fleet ไปจนถึงต่อยอดธุรกิจให้บริการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC Trading)
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของบริษัทฯ คือการยกระดับธุรกิจจากผู้ให้บริการ REC Trading รายใหญ่ สู่การเป็น “REC Aggregator” รายแรกของประเทศไทย โดยแพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่รวบรวมและบริหารจัดการ REC จากผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย เช่น บ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก (SME) สามารถนำพลังงานสะอาดที่ผลิตได้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม และเข้าถึงตลาดซื้อขาย REC ได้ง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อกับความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 โซลูชันของบริษัทฯ มีส่วนช่วยสนับสนุนพันธมิตรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาวมากถึง 170 ล้านต้น หรือการลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 8,000 ล้านใบ ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทที่ชัดเจนของ INNOPOWER ในฐานะ Decarbonization Partner ที่ช่วยขับเคลื่อนพันธมิตรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นยืนหยัดในฐานะ Decarbonization Partner แบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ควบคู่กับการลดคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มภาระด้านต้นทุน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า ทั้งในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ระดับนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มธุรกิจ SME เช่น Green Tourism เป็นต้น
จากวันแรกของการก่อตั้ง INNOPOWER มีความภูมิใจที่ได้เห็นนวัตกรรมต่าง ๆ เติบโตและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ไกลกว่ากรอบที่วางแผนไว้ในช่วงเริ่มต้นของบริษัทฯ ความสำเร็จในวันนี้จึงเปรียบเสมือนแรงผลักดันให้ INNOPOWER พร้อมก้าวเดินต่อไป เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรอย่างยั่งยืน








