ประชาสัมพันธ์

เปรียบเทียบวัสดุบัวพื้น อลูมิเนียม ไม้ PVC ยาง เลือกแบบไหนดี

แชร์ข่าว

เวลาที่เราสร้างบ้านหรือรีโนเวทห้องใหม่ สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกทำในขั้นตอนสุดท้ายแต่มีความสำคัญอย่างมากก็คือการติดตั้ง "บัวพื้น" หรือ "บัวเชิงผนัง" วัสดุชิ้นนี้มีประโยชน์ทั้งในแง่ความสวยงามและการใช้งานจริง สำหรับใครที่กำลังมองหาบัวพื้น คุณภาพดีเพื่อนำมาจบงาน เรามาทำความรู้จักและเปรียบเทียบวัสดุบัวพื้นแต่ละประเภทกันก่อนว่า ไม้จริง ไม้เทียม พีวีซี ยาง และอลูมิเนียม มีความแตกต่างกันอย่างไร และวัสดุแบบไหนจะตอบโจทย์สไตล์บ้านของคุณได้ดีที่สุด

บัวผนังบ้าน มีประโยชน์อย่างไร ทำไมทุกบ้านต้องมี

ปกปิดรอยต่อให้สวยงาม: ช่วยซ่อนรอยต่อระหว่างพื้นและผนัง เพิ่มมิติให้ห้องดูมีลูกเล่นและสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ป้องกันคราบสกปรก: เวลาที่เรากวาดบ้านหรือถูพื้น ไม้ถูพื้นมักจะไปชนกับผนังด้านล่าง ทำให้เกิดคราบดำและเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น บัวพื้นจะช่วยกันคราบเหล่านี้ไม่ให้เลอะผนังโดยตรง

กันกระแทก: ช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ ขาเก้าอี้ หรือเครื่องดูดฝุ่น ไปขูดขีดหรือกระแทกผนังจนเกิดรอยตำหนิ

เปรียบเทียบ 5 วัสดุบัวพื้นยอดฮิต แบบไหนตอบโจทย์การใช้งานที่สุด

บัวพื้นอลูมิเนียม
บัวพื้นอลูมิเนียม

1. บัวพื้นอลูมิเนียม (Aluminum Skirting) หรูหรา ทนทาน ฟังก์ชันครบจบ

บัวอลูมิเนียม เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์สถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่เน้นความหรูหรา เรียบง่าย และต้องการความทนทานสูงสุด ไม่เป็นสนิม ทนน้ำ ทนความชื้น และแก้ปัญหาพื้นไม้โก่งตัวได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังถูกออกแบบมาให้มีช่องสำหรับซ่อนสายเคเบิล สาย LAN หรือสายโทรศัพท์ได้ด้วย

ซึ่งหากพูดถึงบัวพื้นอลูมิเนียมในวงการช่างและนักออกแบบ มักจะนึกถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Alusite (อลูไซท์) ที่ผลิตบัวพื้นจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมียม 6063 T5 โดยผ่านมาตรฐานระดับโลกทั้ง European Norm EN573-3, EN755-2 และมาตรฐานอเมริกา ASTM B221 ตัววัสดุมีการเคลือบฟิล์มป้องกันรอยขีดข่วนระหว่างติดตั้ง ดีไซน์ออกแบบมาให้ปิดช่องว่างได้สนิท ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกฝังตัวตามมุมห้อง ทำให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย และยกระดับให้สเปซดูโปรเฟสชันนอลเหมือนโรงแรมระดับห้าดาว

2. บัวพื้นไม้จริง (Solid Wood) สวยคลาสสิก แต่อาจต้องระวังปลวก

บัวไม้จริงให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ สีสันและลวดลายไม้มอบความรู้สึกอบอุ่น คลาสสิก แต่ข้อควรระวังคือมีราคาค่อนข้างสูง ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือในการติดตั้ง และเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการยืดหดตัวตามสภาพอากาศ ที่สำคัญหากไม่ได้ผ่านการอบน้ำยากันปลวกมาอย่างดี อาจกลายเป็นอาหารของปลวกและมอดได้

3. บัวพื้นไม้เทียม (MDF) ติดตั้งง่าย ราคาประหยัด

บัวไม้ MDF ทำมาจากการนำผงไม้มาอัดขึ้นรูปด้วยกาวและความร้อน ข้อดีคือมีราคาถูกกว่าไม้จริง แข็งแรงทนทานระดับหนึ่ง และหมดห่วงเรื่องปลวกกิน สามารถใช้กาวตะปูติดตั้งได้เลย แต่ข้อเสียคือวัสดุนี้มีความแข็ง ไม่สามารถดัดโค้งเข้ามุมตามผนังที่ไม่เรียบได้ดีนัก และหากโดนความชื้นสะสมอาจทำให้บัวหลุดร่อนหรือบิ่นแตกได้ในระยะยาว

4. บัวเชิงผนังพีวีซี (PVC) ทนน้ำ กันชื้น เหมาะกับทุกห้อง

บัวพีวีซีเป็นพลาสติกคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีน้ำหนักเบา ทนทานต่อน้ำและความชื้นได้ จึงนิยมนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงอย่างห้องน้ำหรือห้องครัว นอกจากนี้ยังทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรค และไม่ต้องทำสีใหม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นพลาสติก อาจเกิดปัญหาแตกร้าวได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ

5. บัวยาง (Rubber Skirting) ยืดหยุ่นสูง จบงานไว

บัวยางผลิตจากพีวีซีชนิดยืดหยุ่น โดดเด่นเรื่องการติดตั้งที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพียงแค่ทากาวยางแล้วแปะเข้ากับมุมผนังก็เสร็จเรียบร้อย เหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็ว หรืองานผนังที่มีความโค้งมน บัวยางมักจะมาเป็นม้วนยาว ทำให้ไร้รอยต่อ แต่ส่วนใหญ่จะมีแค่สีพื้นฐาน เช่น ดำ เทา น้ำตาล อาจไม่ตอบโจทย์คนที่ต้องการลวดลายหรูหรา

ติดบัวพื้น
ติดบัวพื้น

สรุปบทความ

การเลือกวัสดุบัว ไม่ว่าจะเป็นไม้จริง ไม้เทียม พีวีซี บัวยาง หรือบัวอลูมิเนียม ล้วนขึ้นอยู่กับสไตล์การแต่งบ้าน การใช้งาน และงบประมาณที่คุณตั้งไว้ หวังว่าบทความเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวัสดุจบงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้บ้านของคุณสวยเนี๊ยบ ไร้รอยต่อ และอยู่สบายไปอีกยาวนาน

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว